กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร

กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร

เคยตั้งข้อสงสัยกันบ้างไม๊ครับว่า กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร

ผมเคยได้รับคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับคำสรรพนามของกล่องบรรจุภัณฑ์เหล่านี้มา ทำให้เอะใจว่า น่าจะมีอีกหลายๆ ท่านที่ไม่เข้าใจและไม่ทราบเกี่ยวกับลักษณะนามของสองตัวตนของกล่องที่ผมเอ่ยข้างต้น ซึ่งอันที่จริงแล้ว มีความเหมือนและแตกต่างกันระหว่างกล่องสองชนิดนี้อยู่บ้าง ซึ่งผมจะชี้ให้เห็นว่า มองจากภาพรวมแล้ว กล่องสองชนิดนี้มีความเหมือนกันตรงที่ ต่างเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบรรจุ ห่อหุ้มสินค้า ที่มีพื้นฐานของวัตถุดิบที่เหมือนกันคือ การใช้กระดาษที่มีลักษณะแข็งแกร่ง มาผ่านกระบวนการแปรรูป ขึ้นรูปเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และกระดาษแข็ง ในที่นี้ หมายถึง “ Paperboard “ ตามโครงสร้างจะมีลักษณะแกร่งเพียงพอที่จะใช้เพื่อขึ้นรูป ด้วยการหัก พับ ซึ่งผ่านการแปรรูปให้ขึ้นรูปทรงเป็นกล่องสำหรับบรรจุสินค้าหรือสิ่งของได้ ส่วนกระดาษแข็งอีกชนิด มักเรียกว่า “ เกรย์บอร์ด (Greyboard), หรือ กระดาษจั่วปัง (กระดาษแข็ง) ตามโครงสร้างจะมีความแกร่งมากกว่า 3-4 เท่าของ paperboard ขึ้นไป (สามารถหาอ่านบทความเกี่ยว “ กระดาษจั่วปัง คือ อะไร จากบทความของผมก่อนหน้านี้ได้ ที่นี่)

• กล่องกระดาษแบบพับได้ หรือ “ Folding Carton “ เราเรียกเป็นคำทั่วไป ตามลักษณะนามของมันที่สามารถพับให้แบน และจับพับขึ้นรูปได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งผ่านกระบวนการพับ ดัด แปรรูปมาเสร็จแล้วจากการปั้ม ซึ่งมีรอยพับให้สำหรับหักและมีมุมสอดเสียบเมื่อตั้งขึ้นรูป กล่องกระดาษแบบพับได้นี้ จะสามารถถูกพิมพ์บนพื้นผิวของตัววัสดุ (Substrate ) ได้โดยตรงไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ท กราเวียร์ ซิลค์สกรีน หรือเฟล็กโซ ได้ทั้งหมด การทำส่วนเติมแต่งหลังกระบวนการพิมพ์ เช่น การเคลือบด้วยวิธีการอาบยู วี หรือ เคลือบฟิลม์ลามิเนต การพิมพ์สปอตยูวี (ยูวีเฉพาะจุด) การพิมพ์ฟลอยด์ทอง (Hot Stamping Printing ) หรือที่เรียกว่าพิมพ์ทองเค ก็สามารถดำเนินการลงบนพื้นผิวของวัสดุโดยตรงได้เช่นกัน

กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร
กล่องกระดาษแบบพับที่พบเห็นทั่วไป

• กล่องกระดาษแข็ง หรือกล่องจั่วปัง ตามลักษณะปกติ มักจะพับไม่ได้ แต่การจัดทำกล่องแบบนี้ เริ่มที่การใช้กระดาษแข็ง (Greyboard | หากต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับความหนาของกระดาษแข็ง อ่านได้จากบทความของผมก่อนหน้านี้ หัวข้อ “ ความหนาของกระดาษจั่วปัง “ ได้ ที่นี่) มาปรับปรุงด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม คือ การปั้มเป็นรอยตามเส้นปั้มขาด ที่ตั้งน้ำหนักกดเพียงครึ่งให้กระดาษสัมผัสกับแม่พิมพ์อัดตัด (แม่ปั้ม) เพื่อให้เกิดเป็นรอยตามรูปของกล่อง แต่ยังไม่ขาดจากกันทั้งหมด เพียงให้บริเวณมุมทั้งของกระดาษถูกปั้มตัดขาดออกไป จะเหลือเพียงรูปทรงกระดาษเป็นทรงเครื่องหมาย “ บวก “ พร้อมเส้นพับเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสอยู่กึ่งกลาง จากนั้นพับหักกลับด้าน แล้วติดด้วยเทปกาวเพื่อตรึงบริเวณขอบทั้งด้านที่พับกลับมาชนกันไว้ให้เป็นทรงกล่องชั่วคราว บางรายก็ใช้วิธีตัดกระดาษเป็นชิ้นๆ 5 ส่วนมาเรียงต่อโดยใช้ริมขอบกระดาษตัวฐานวางราบแล้วทากาวริมขอบกระดาษ จากนั้นใช้ชิ้นส่วนเล็กๆ อีกสี่ชิ้นมาติดขอบรอบเพื่อขึ้นเป็นผนังกล่อง วิธีนี้เสียเวลาและช้า ไม่เหมาะกับการทำกล่องกระดาษแข็งในปริมาณมากๆ ได้ ส่วนวิธีสมัยใหม่ ปัจจุบัน ใช้วิธีการเซาะร่อง (Grooving Process) ด้วยเครื่องจักรแทน วิธีการคือ ให้กระดาษวิ่งผ่านสายพานลำเลียงเข้าสู่โมพากระดาษทรงกลมขนาดใหญ่ ขณะวิ่งผ่านไปครึ่งรอบ จะมีมีดถาดเป็นทรงตัว “ วี “ อยู่ตรงด้านหลังโมพากระดาษ โดยตั้งเป็นแนวขนานกับโม และมีขาตั้งมีดจ่อให้สัมผัสผิวของกระดาษแข็งที่ถูกพาผ่านโมพากระดาษลงให้กรีดถากผ่านพื้นผิวกระดาษให้เป็นร่องเพียงครึ่งเดียว ซึ่งมีดจะขูดหรือถากกระดาษเป็นแนวเฉียงๆ บนผิวออก เป็นร่องรูปตัววี เมื่อนำออกมาพับตามแนวฉากที่กระดาษถูกถากออก จะทำให้บริเวณร่องสัมผัสของกระดาษถูกแบ่งเป็นท่อนโดยไม่ขาดจากกัน หากเตรียมกระดาษเป็นรูปทรงตัวบวกเช่นกัน แนวเส้นสี่เหลี่ยมทั้งสี่ด้านเมื่อจับมาพับขึ้นรูปแล้วติดด้วยเทปที่มุมด้านบนทั้งสี่ จะเห็นผนังสี่ด้านเมื่อพับฟอร์มขึ้นรูปเป็นกล่องแล้วจะได้เป็นกล่องที่มีลักษณะสันเรียบคมได้อย่างสวยงาม โดยปกติจะไม่มีการพิมพ์ลงบนกระดาษแข็ง Greyboard (กระดาษจั่วปัง) นี้โดยตรง มักจะมีการใช้วัสดุอื่น  เช่น กระดาษอัดลาย กระดาษทำเลียนแบบหนัง กระดาษที่ออกแบบมาเพื่อทำงานหุ้มกล่องกระดาษแข็ง หรือทำเป็นปกสมุดหนังสือ เป็นต้น มาผ่านกระบวนการเคลือบกาวแล้วจึงมาติดรอบนอกของกล่องกระดาษแข็งที่ขึ้นรูปแล้ว โดยใช้การปั้มตัดกระดาษหรือวัสดุห่อหุ้มเป็นรูปตัวบวก คล้ายตัวกล่องฐานแต่มีบริเวณหู หรือพื้นที่ส่วนปลายของทั้งสี่เป็นหูเพื่อเหนี่ยวกับตัวกล่องฐานอีกที เป็นการห่อหุ้มซ้ำตัวกล่องฐาน กระบวนการพิมพ์และแปรรูปหลังการพิมพ์ จะทำให้ส่วนห่อหุ้มนี้ หรือเรียกว่า “ ผิวหุ้ม (Lining) “ จากนั้นก็จะเป็นกรรมวิธีของแต่ละผู้ผลิตที่ใช้ความชำนาญเฉพาะทางของแต่ละรายในการรีด ปาด ทำให้เรียบเนียนแนบส่วนผิวหุ้มเข้ากับตัวกล่องฐาน จนออกมาเป็นกล่องกระดาษแข็ง หรือ กล่องจั่วปัง อย่างที่เรียกขานกัน