แนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดีต้องทำอย่างไร

กล่องกระดาษแข็ง กล่องจั่วปัง | การออกแบบให้สวยงาม

กล่องกระดาษแข็ง กล่องจั่วปัง | การออกแบบให้สวยงาม คือ อาภรณ์หรูที่จะช่วยให้สินค้าคุณขายดี

บรรจุภัณฑ์ ช่วยโลกในการจัดระเบียบการจัดเก็บสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างแท้จริง ลองดูกระเป๋าสำหรับใส่ขนมกระจุกกระจิก ถุงผ้าสำหรับใส่เสื้อผ้าเตรียมนำไปซัก กับ ขวดสำหรับเครื่องดื่มรสชาดโปรดปรานของคุณ สามตัวอย่างที่ยกมากล่าวนี้ จะทำให้บรรจุภัณฑ์มีความหมายขึ้นมาแล้ว

บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าจะมีความสำคัญขึ้นอย่างไร ใช่ ผมกลับพูดถึง สื่อภาชนะที่เหมาะเหม็งกับสินค้าแต่ละชนิด ลองหลับตานึกดูว่า การดื่มเบียร์จากขวด (โดยพฤติกรรมนี้ มักจะเป็นนิสัยของนักดื่มเบียร์จากขวดขนาดเล็ก หรือจากกระป๋องเหล็ก) โดยการยกกระดกแล้วดื่มอย่างสมใจ คุณยังมีวิธีดื่มแบบไหนสาแก่ใจกว่านี้อีกไม๊ ซึ่งยังกินความหมายมากกว่านั้น เช่น การออกแบบขวดภาชนะนั้นอย่างดี ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของสินค้าไปในต้ว เกี่ยวกับประสบการณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งผ่านการมองดู สัมผัส และลิ้มรสสัมผัส ตามชนิดของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ของมัน

กล่องกระดาษแข็ง กล่องจั่วปัง | การออกแบบให้สวยงาม
กล่องกระดาษแข็ง กล่องจั่วปัง | การออกแบบให้สวยงาม

สิ่งเหล่านี้แหละที่สร้างความเชื่อมโยงการบริโภคผ่านการเรียนรู้ว่า จะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไร ใครจะเป็นผู้ใช้ และการสร้างประสบการณ์สำคัญที่สุดคือ การตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อสินค้าเหล่านั้นหรือไม่

ผมจะเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับการสร้างและเล่าเรื่องราวสินค้า (Story Telling) ผ่านบรรจุภัณฑ์ของคุณอย่างไร เพื่อสร้างแนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีและเหมาะกับสินค้าของคุณ

กล่องกระดาษแข็ง กล่องจั่วปัง | การออกแบบให้สวยงาม ก่อนจะเริ่มการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของคุณ

3 คำถามสำคัญที่คุณต้องรู้

3 ส่ิงหลักๆ ที่สำคัญมากที่คุณจะต้องตอบคำถามให้ได้ ก่อนที่คุณคิดจะเริ่มออกแบบบรรจุภัณฑ์ คือ
สินค้า คือ อะไร?
ใครเป็นผู้ซื้อสินค้านั้น?
คนซื้อ เขาซื้ออย่างไร?

1) สินค้า คือ อะไร?
นี่ไม่ใช่คำถามลวงถาม หรือกวนประสาท ที่จริงเป็นคำถามง่ายๆ คือ คุณขายอะไร ขนาดใหญ่เล็กแค่ไหน ทำจากวัสดุอะไร มันเปราะบางแค่ไหน

เพราะคำถามเหล่านี้นำไปสู่การช่วยคุณหานิยาม และหาความจริงสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์สินค้าของคุณ เช่น สินค้าที่เปราะบางย่อมต้องการการปกป้องสินค้าที่ปลอดภัยมากที่สุด สินค้าที่มีขนาดใหญ่โต หรือมีลักษณะเฉพาะ ย่อมต้องการวิธีการออกแบบเฉพาะทางพิเศษกว่าสินค้าปกติแบบทั่วๆ ไป

2) ใครเป็นผู้ซื้อสินค้านั้น?
ผู้ซื้อเป็นเพศใด ชาย หรือ หญิง หรือทั้งสองเพศ?
สินค้านั้นเหมาะสำหรับเด็ก หรือ ผู้ใหญ่?
สินค้านั้นเหมาะกับผู้ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่?
สินค้านั้นเหมาะกับผู้บริโภคที่มีกำลังทรัพย์ระดับไหน? จำกัดงบ? หรือหรูหราได้?

บรรจุภัณฑ์ควรมีเสน่ห์และดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อมุ่งหวังได้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด ก่อนที่คุณจะเริ่มการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของคุณ ต้องทราบคำตอบของคำถามเหล่านี้ให้ดีเสียก่อน เพื่อจะได้กำหนดทิศทาง กลุ่มเป้าหมายได้ตรง และทรงประสิทธิภาพ เช่น สินค้าสำหรับผู้สูงอายุ ควรใช้ตัวอักษรใหญ่ ส่วนสินค้าที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้มีฐานะควรพิจารณาวัสดุที่สร้างความรู้สึกหรูหราได้ เป็นต้น

กล่องกระดาษแข็ง กล่องจั่วปัง | การออกแบบให้สวยงาม
กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการออกแบบให้สื่อถึงตรงจุดเป้าหมาย

3) คนซื้อเหล่านั้น ซื้ออย่างไร
ช่องทางใดที่พวกเขาเลือกซื้อสินค้า เช่น ในซุปเปอร์มาร์เก็ต? ในร้านหรูขนาดเล็ก? หรือทางอินเตอร์เน็ตออนไลน์ ฯลฯ

นั่นทำให้คุณต้องพิจารณาความเหมาะสมในการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่จะต้องออกแบบให้ถูกต้องตรงกับช่องทางการจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์ หรือซื้อจากร้านค้า ก็ต้องมีกลยุทธ์ในการทำให้มีความน่าสนใจกว่าของคู่แข่งหากสินค้าตั้งอยู่บนชั้นวางสินค้า หากเป็นสินค้าที่ถูกสั่งซื้อทางออนไลน์ ก็ควรพิจารณาการออกแบบให้กระชับ ลดพื้นที่ที่ไม่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการสั่นสะเทือน เขย่าทำให้โพล่กเพลก เพื่อประกันการบิดเบี้ยวหรือหักงอในระหว่างการขนส่งในกรณีเป็นสินค้าบูติกบนชั้นวางสินค้า ก็ควรมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นจับต้องสายตาของผู้ซื้อ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยสินค้าคู่แข่งอีกมากมาย แนวคิดที่ดีและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามจะทำให้สินค้ามีโอกาสถูกเลือกมากขึ้น

พอจะมองเห็นภาพชัดเจนขึ้นหรือไม่ครับ? ถ้าคุณตอบว่า “ครับ/ค่ะ” งั้นการอธิบายของผมก็ใช้ได้ดี ต่อจากนี้จะเป็นแนวทางการแนะนำคุณเกี่ยวกับการนำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาในขั้นตอนกระบวนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของคุณแล้ว

คุณยังขบคิดเกี่ยวคำถามข้างต้นอยู่ไม๊? ถ้าใช่ล่ะก็ คุณน่าจะยังไม่พร้อมสำหรับขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ แต่เอาน่า ไม่เป็นไร มันจะดีกว่ามาก หากใช้เวลาเพิ่มอีกหน่อยแต่สามารถช่วยให้คุณเข้าใจได้ดีขึ้น จะเกิดผลดีกว่าการก้าวข้ามเร็วเกินไป

ข้อมูลที่คุณจำต้องเสาะหาเพิ่ม

ความต้องการเกี่ยวกับแบรนด์

ในบางครั้ง สินค้าจะถูกปล่อยให้ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว ในบางกรณีมันถูกกำหนดให้เป็นตัวแทนของการก่อตั้งแบรนด์ หากบรรจุภัณฑ์ของคุณเน้นเรื่องนี้ แน่นอนว่า ความสวยงามของตราสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นคุณต้องมั่นใจก่อนว่าได้รวบรวมข้อมูลดังต่อไปนี้อย่างเพียงพอก่อนเริ่มต้นการออกแบบ:

โทนสี และ สีสรร หากคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับค่าสีในการออกแบบเพื่อการพิมพ์ เช่น ค่าสี CMYK หรือแม้กระทั่งค่าสี PMS (Pantone Matching Values) นั่นจะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีทิศทาง หรือค่าความแน่ชัดของสีในระบบอื่นใดก็ตาม ก็สามารถนับรวมได้

ฟ้อนต์ รูปแบบ รูปทรงตัวอักษรที่่จะใช้ร่วมในการออกแบบ ตลอดจนรายละเอียดของรูปทรงอักษเหล่านั้น เช่น การจัดระยะของอักษร หรือ รูปแบบความหนาของตัวอักษร ฯลฯ

หากต้องการใส่โลโก้ลงบนบรรจุภัณฑ์ ควรมีเวกเตอร์ไฟล์ที่เหมาะสมและมีความยืดหยุ่นสามารถกำหนดขนาดที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์

เนื้อหาสำคัญที่คุณต้องการจะวางลงบนบรรจุภัณฑ์
1] ข้อความ (เนื้อหา) ควรจะมีความสวยและมีเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับสินค้า และคุณมีการเตรียมพร้อมสำหรับเป็นข้อมูลทรัพยากรในการออกแบบไว้ก่อนการออกแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแวดวงอุตสาหกรรมของคุณที่อาจมีข้อกำหนดตามกฎหมายเฉพาะให้คุณต้องใส่ไว้ประกอบคำอธิบายเกี่ยวกับสินค้า เช่น:

ข้อความบทเขียน ซึ่งหมายรวมถึง ตัวอักษรข้อความที่เขียนเกี่ยวกับชื่อของสินค้า คำอธิบายการใช้ ข้อมูลส่วนประกอบ รวมไปถึงข้อความสื่อที่บรรยายสรรพคุณหรือคำโฆษณา

2] รูปภาพประกอบ หากต้องการใส่รูปภาพประกอบ คุณควรจะมีการเตรียมไว้แล้วตั้งแต่ก่อนเริ่มการออกแบบ ซึ่งสามารถมีสิทธิ์ใช้ในเชิงการค้าได้อย่างถูกกฎหมาย

3] เครื่องหมายตรารับรองประเภทต่างๆ เช่น บาร์โค้ด รายละเอียดส่วนผสม หรือตรารับรองผลิตภัณฑ์ตามประเภท เช่นตรารับรองมาตรฐานการผลิต รับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม เป็นต้น

4] รู้ถึงข้อความจำเป็นที่อาจถูกเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ของบริบท ในสินค้าจำพวกอาหารและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ มีข้อมูลส่วนเพิ่มที่ต้องการจำแนกออกจากข้อมูลรวมปกติของผลิตภัณฑ์ได้ เช่น แถบหรือช่องว่างสำหรับพิมพ์ อายุ (ความใหม่สด) ของสินค้าหรือ เลขที่ล๊อตการผลิต ซึ่งต้องมีการวางแผนล่วงหน้า เผื่อพื้นที่ไว้สำหรับพิมพ์เพิ่มเติมภายหลังตามจำนวน เพื่อรองรับข้อมูลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามที่กล่าวข้างต้น

สไตล์ในเรื่องความชอบและไม่ชอบ

จะเป็นการดีมากหากคุณมีการค้นหาข้อมูล วิจัยความชอบส่วนตัวของคุณก่อนเริ่มกระบวนการออกแบบ โดยเริ่มค้นหารูปแบบที่คุณชอบ เก็บสะสมรูปแบบ สี และรูปทรงบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นไว้ แหล่งที่ดีและแนะนำคือ พินเทอเรส (Pinterest) คุณอาจเปิดบัญชีสมัครสมาชิกไว้ และลองหาจากแฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงสื่อสังคมออนไลน์ อินสตาแกรม (Instagram) ร่วมด้วยก็ได้

โปรดสังเกต รูปแบบที่คุณหามีไว้เป็นแหล่งอ้างอิงและสร้างแรงบันดาลใจในการที่ออกแบบโลโก้ สี และบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณเอง คุณอาจจะชอบสไตล์และองค์ประกอบจากหลายๆ สื่อดังที่แนะนำข้างต้น อย่างไรก็ดี คุณไม่จำเป็นต้องนำสิ่งที่คุณชอบทั้งหมดมาใส่รวมในงานของคุณนะ เพราะว่าคุณชอบ ให้คิดไว้อย่างหนึ่งคือ เลือกและออกแบบไว้ให้เหมาะสำหรับลุกค้ามุ่งหวังจดจำได้มากกว่า ซึ่งไม่ได้เป็นข้อสรุปว่ามันจะต้องสวยที่สุด หรือดีที่สุดเสมอไป

และข้อคิดอีกอย่างหนึ่งเมื่อคุณเริ่มสำรวจรูปแบบของสไตล์ของคุณ ให้คิดเสมือนว่า นั่นเป็นวัตถุดิบสำหรับการนำมาประกอบในงานออกแบบ ซึ่งคุณยังไม่จำเป็นต้องตัดสินใจในทันใด แต่ให้สังเกตดูความแตกต่างของแต่ละองค์ประกอบ

งบประมาณ

สามารถจำแนกออกเป็นสองประเภท ได้แก่
1.) ต้นทุนที่จ่ายครั้งเดียว
2.) ต้นทุนที่จ่ายเป็นครั้งต่อครั้ง

ต้นทุนที่จ่ายครั้งเดียว เป็นค่าใข้จ่ายรวมที่ไม่ว่าคุณจะผลิตมากน้อยเท่าไร คุณก็ต้องจ่ายเป็นค่าอุปกรณ์ (tooling) ค่าจัดพิมพ์ (Printing cost) ซึ่งรวมไปถึงค่าเพลท ค่าพิมพ์ ค่าแรกตั้งเครื่องเร่ิมต้น สำหรับยอดพิมพ์จำนวนตั้งแต่ 500 แผ่นพิมพ์ขึ้นไป รวมไปถึงงานตกแต่ง แปรรูปหลังการพิมพ์เช่น งานเคลือบลามิเนต งานสปอตยูวี งานปั้มนูน ปั้มจม ปั้มขาด หรือพิมพ์ทองเค เหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่คุณต้องจ่ายภายในครั้งเดียวแรกนั้นอยู่แล้ว นอกเสียจากคุณมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของลายกราฟิคในรอบต่อไป

ต้นทุนต่อหน่วยคงที่ ยังคงมีอยู่เช่น ค่าแรงสำหรับการบรรจุสินค้าลงในกล่อง ค่าวัสดุสิ้นเปลืองจำพวกถุงหุ้มสินค้าภายใน กระดาษกรุกันกระแทกและเทปแพ็คกิ้งสำหรับปิดฝาและก้นกล่องบรรจุสินค้า หากมิใช่เป็นการว่าจ้าง ก็คุณนั่นแหล่ะที่จะทำด้วยตัวเอง

คุณคงต้องกำหนดกรอบความคิดไว้ว่า จะสามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายในกระบวนการออกแบบนี้เท่าไร พึงตระหนักไว้อีกอย่างคือ การได้ราคาที่ถูก ไม่ใช่จะเป็นของดีเสมอ การลงทุนเพิ่มงบประมาณอีกสักหน่อยสำหรับวัสดุที่ดีขึ้นสามารถช่วยให้งานของคุณจบลงด้วยดีและอาจช่วยให้การนำเสนอบรรจุภัณฑ์ของคุณโดดเด่นกว่าของคู่แข่งก็เป็นได้

บรรณานุกรม: แปลจาก บทความและภาพประกอบบางส่วนจากหนังสืออิเลคทรอนิค (E-Book) เรื่อง ” The ultimate guide How to design your product packaging ” จากเว็บไซด์ https://99designs.com/ ภาพแบ็คกราวนด์ประกอบหัวเรื่องด้นบนจาก: Designed by BiZkettE1 / Freepik

กล่องกระดาษแข็งช่วยให้สินค้าขายดีได้อย่างไร

ประสบการณ์ความพึงพอใจจากการได้รับผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ล
กล่องกระดาษแข็งช่วยให้สินค้าขายดีได้อย่างไร
กล่องกระดาษแข็งช่วยให้สินค้าขายดีได้อย่างไร

ความสำเร็จที่คุณในฐานะจ้าของสินค้าระดับไฮเอนด์ทุกคนสามารถเรียนรู้จากความสำเร็จของกล่องกระดาษแข็งที่ใส่โทรศัพท์ไอโฟน ว่า กล่องกระดาษแข็งช่วยให้สินค้าขายดีได้อย่างไร อ่านจากบทความต่อไปนี้ของผมได้ครับ

กล่องกระดาษแข็งที่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอสินค้ามากที่สุดในโลกได้แก่ กล่องใส่โทรศัพท์มือถือไอโฟน

ตอนออกสินค้าใหม่ คุณคงอยากวางแผนการตลาด การโฆษณาหรือทำอะไรแหวกแนวบ้างใช่ไม๊ครับ? เพื่อสร้างความหวือหวาเกิดปรากฏการณ์ talk of the town แล้วล่ะก็ เดี๋ยว!!ช้าก่อน วันนี้ผมมีบทความหนึ่งจากความสำเร็จของธุรกิจในแบรนด์ชั้นนำที่เราสามารถนำมาใช้ประยุกต์ได้ และไม่จำเป็นต้องไปแข็งขืนเพื่อเอาชนะคะคานกับสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์ผลสำเร็จมาแล้วด้วย นั่นหมายความว่า ผลลัพธ์ที่เราเห็นออกมาอย่างโทนโท่ว่า มันดีและสำเร็จเห็นผลอย่างไรมาแล้ว สรุปเข้าใจง่ายๆ คือ ได้มีสินค้าแบรนด์ดังที่มีนวัตกรรมเด่นร่วมกับบริษัทที่ออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแข็งที่ดีที่สุด ได้สร้างสรรและออกบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูงที่เหมาะกับสินค้าระดับไฮเอนด์ได้ในราคาที่เหมาะสมได้แล้ว คือ “ กล่องใส่โทรศัพท์มือถือไอโฟน “ และได้กลายเป็นต้นฉบับที่สินค้าประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงนำกลยุทธ์นี้มาปรับใช้แล้ว

แอปเปิ้ล เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในการสร้างและเลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว หากคุณดูอย่างละเอียดจะพบว่า มีกุญแจสำคัญที่เป็นจุดสังเกตและแบรนด์ต่างๆน่านำไปศึกษา หรือนำเอาไปประยุกต์ใช้ เกี่ยวกับสิ่งที่บริษัทผู้ออกแบบกล่องกระดาษแข็งนี้ทำสำเร็จมาแล้ว ไปใช้ในสินค้าในระดับไฮเอนด์ที่เป็นสินค้าของคุณได้เลย ซึ่งบทความต่อจากนี้ ผมจำเขามาเล่า บางมุมผมเข้าใจและคิดเหมือนกัน บางส่วนเขียนเลียนแบบที่ผมเคยอ่านมา จึงขอสรุปปัจจัยที่สร้างความสำเร็จด้านการตลาด 5 ข้อ ที่ได้ผลกับผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ “ไอโฟน” มีดังต่อไปนี้

ข้อที่ 1 กล่องกระดาษแข็งที่ผิวหุ้มถูกออกแบบให้ดูสะอาดตา

บรรจุภัณฑ์สำหรับกล่องใส่โทรศัพท์มือถือ แอปเปิ้ล ไอโฟน ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองจุดประสงค์หลักอย่างลงตัวสองประการคือ การปกป้องสินค้าภายในระหว่างการขนส่ง และให้ความสวยงามเมื่ออยู่บนชั้นวางสินค้า เรายังได้เห็นรูปแบบเช่นนี้จากสินค้าอื่นๆ ของแบรนด์แอปเปิ้ลอีกหลายชนิด เช่น ดินสอแอปเปิ้ล กล่องโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นอื่นๆ กล่องใส่แท็บเล็ตไอแพด แมคมินิ และแมคบุ๊คโปร ซึ่งล้วนแล้วแต่ออกแบบบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบเดียวกันนี้ทั้งสิ้น เพียงต่างกันที่ขนาดของสินค้าที่จะบรรจุ จุดเด่นที่เห็นได้ชัดมาก ก็คือ ความสะอาดตาของบรรจุภัณฑ์สีขาวกับสินค้าโลโก้แอปเปิ้ล ชัดเจนมาก ตัวอย่างเช่น เครื่องแท็บเล็ตไอแพดโปรได้แสดงภาพกราฟฟิคที่สมจริงของผลิตภัณฑ์บนหน้ากล่องราวกับมีมิติ ซึ่งสะท้อนถึงความงามในเชิงศิลปะ
แล้วยังไงต่อหรือ? มันเปรียบเสมือนกับการยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว (กล่าวคือ ทั้งปกป้องสินค้าและนำเสนอตัวผลิตภัณฑ์ด้วย) กล่าวได้ว่า แบรนด์แอปเปิ้ล ได้ยืนอยู่ในทุกอณูของผลิตภัณฑ์ในแง่การถูกจดจำและผลักดันให้เป็นที่รู้จัก การออกแบบกล่องกระดาษอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสินค้าทุกชนิด แต่ที่แน่ๆมันสามารถใช้เป็นกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าประเภทอิเลคทรอนิคไฮเอนด์ได้ดีอย่างยิ่งแล้ว นั่นคือเหตุผลว่า กล่องกระดาษแข็งช่วยให้สินค้าขายดีได้อย่างไร

ข้อที่ 2. ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลเกือบจะทุกชนิดที่ถูกบรรจุในกล่องกระดาษแข็งเหล่านี้ ดูดีทั้งภายนอกและภายใน

จากการถูกออกแบบโครงสร้างกล่องที่สมบูรณ์แบบนี้เอง จึงทำให้สินค้าที่อยู่ภายในเมื่อถูกเปิดออกให้ความรู้สึกที่สัมผัสได้ว่า สินค้าเป็นของมีราคาในระดับไฮเอนด์จริง เมื่อพิจารณาเป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า แอปเปิ้ลใส่ใจและลงทุนในเรื่องเวลาสำหรับการออกแบบและเน้นประสิทธิผลของบรรจุภัณฑ์ที่พวกเขาทุ่มเทอย่างจริงจัง ซึ่งจุดนี้เองได้สร้างและตอกย้ำการรับรู้ในใจของผู้บริโภคได้แล้วว่า บรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแข็งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการเป็นอัตลักษณ์ของสินค้าแบรนด์แอปเปิ้ลไปแล้ว หากสังเกตผลิตภัณฑ์แท็บเล็ตไอแพด ที่ถูกจัดเรียงเป็นวงคล้ายก้านพัด ซ้อนทับกัน และตัวสินค้าอยู่ตรงกึ่งกลางภายใน คุณจะเห็นเสน่ห์ของสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์และสูงค่า ซึ่งเป็นตัวช่วยผลักดันยอดขายของมันได้ผลอย่างน่าพอใจทีเดียว นั่นคือเหตุผลว่า กล่องกระดาษแข็งช่วยให้สินค้าขายดีได้อย่างไรในเหล่าสินค้าปลีกต่างๆ แทบจะกล่าวได้ว่าเพียงคิดแต่ใช้บรรจุภัณฑ์เป็นภาชนะในการนำสินค้าจากที่หนึ่งไปยังปลายทางอีกที่หนึ่งเท่านั้น ในมุมมองอีกด้านหนึ่ง หากว่ามีการเพิ่มความน่าสนใจลงรายละเอียดในบรรจุภัณฑ์ต่อรูปลักษณ์ภายนอกให้มากพอ จะช่วยทำให้เกิดความน่าสนใจและดึงดูดสายตาผู้ซื้อได้มากขึ้นด้วย แบรนด์สินค้าของก็คุณสามารถไปถึง ณ​ จุดนั้นได้เช่นกัน ถ้าให้ความใส่ใจรายละเอียดภายในกล่องมากขึ้น คิดถึงความรู้สึกของลูกค้าตอนได้รับจากการเปิดกล่องออกมาและแรกเห็นสินค้าภายใน ลองสร้างจินตนาดูสิครับว่าลูกค้าเขาจะรู้สึกอย่างไร

ข้อที่ 3. แอปเปิ้ล มั่นใจแล้วว่าในเส้นทางตลอดกระบวนการเกี่ยวกับการส่งมอบผลิตภัณฑ์ของตนนั้น คือ ประสบการณ์ความพึงพอใจที่ได้รับสินค้าทุกรายการ

ประสบการณ์ความพึงพอใจจากการได้รับผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ลมั่นใจแล้วว่าในเส้นทางตลอดกระบวนการเกี่ยวกับการส่งมอบผลิตภัณฑ์ของตนนั้น คือ ประสบการณ์ความพึงพอใจที่ได้รับสินค้าทุกรายการ

แอปเปิ้ลเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงวิศวกรรมโครงสร้าง การออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วยการใช้กล่องกระดาษแข็งกับทุกๆ ผลิตภัณฑ์ของตน
ยกตัวอย่างเมื่อคุณซื้อและเปิดกล่องโทรศัพท์ไอโฟนเครื่องใหม่ สิ่งที่คุณจะเห็นและสัมผัสได้ คือ ด้านบนของกล่องฝาจะราบเรียบเนียน ได้สัดส่วน ซึ่งโอบอุ้มโทรศัพท์เครื่องใหม่ของคุณไว้ข้างใน คุณจะพบว่า มันถูกจัดวางไว้อย่างสมดุลอยู่ภายใน กึ่งกลางของถาดวางซึ่งจัดอยู่ในตำแหน่งอย่างลงตัว ส่วนประกอบอื่นๆของเครื่องโทรศัพท์จะถูกจัดวางไว้ภายใต้ถาดดังกล่าวเมื่อคุณหยิบโทรศัพท์ออกและยกถาดขึ้น คุณจะเห็นช่องเป็นรูตรงตำแหน่งของกล่องจากโทรศัพท์เคยอยู่และโลโก้แอปเปิ้ลที่ตรงนั้น นี่เป็นความฉลาดของแอปเปิ้ลที่ตั้งใจวางไว้ให้คุณเห็น เมื่อคุณมองลึกลงไปในกล่องนั้น คุณอาจจะคิดอยู่ในใจว่า “ ว้าว มันช่างน่าทึ่งจริงๆ เลย มันมีของอยู่ในข้างในอีกนะเนี่ย “
จากการออกแบบนี้เอง แอปเปิ้ลสร้างบรรยกาศความอยากรู้อยากเห็นและหลอกล่อผู้ซื้อตั้งแต่เปิดกล่องจนถึงสิ้นสุดการค้นหา ซึ่งสร้างประสบการณ์ความเร้าใจแก่ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของมัน นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่แอปเปิ้ลมีแฟนพันธุ์แท้อย่างมากมายแม้ว่าสินค้าจะมีราคาแพงก็ตาม นั่นคือเหตุผลว่า กล่องกระดาษแข็งช่วยให้สินค้าขายดีได้อย่างไร

ข้อที่ 4 อุปกรณ์เสริมที่ถูกบรรจุอย่างดี

อุปกรณ์เสริมที่ถูกบรรจุอย่างดี
อุปกรณ์เสริมที่ถูกบรรจุอย่างดี

เวลาพวกเราซื้อของสักอย่าง ซึ่งรวมไปถึงแวดล้อมต่างๆ รอบกล่องบรรจุภัณฑ์ด้วย หากสินค้าภายในหละหลวม หรือการบรรจุอุปกรณ์เสริมไม่สมบูรณ์ แม้จะมีเสริมด้วยกระดาษแข็งที่ถูกดัดให้เป็นช่องใส่สินค้าแล้วก็ตาม ความมักง่ายแบบนี้พบเห็นในสินค้าและแบรนด์ที่ไม่ใส่ใจความรู้สึกของผู้ซื้อ ซึ่งทำให้ผู้ซื้อไม่ได้สัมผัสประสบการณ์การค้นหาหรือความเร้าใจ อาจก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับคุณภาพสินค้าที่อยู่ภายในตามมา บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ดีจะสร้างความรู้สึกแย่ๆ แก่ผู้ซื้อและลดทอนคุณค่าของสินค้าและแบรนด์ของสินค้าอย่างมากมายทีเดียว
แอปเปิ้ลประสบความสำเร็จในการออกแบบรูปลักษณ์ต่างๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ลงในบรรจุภัณฑ์ สายเคเบิ้ล หัวเชื่อมต่อ และหูฟัง ต่างมีช่องเฉพาะที่เหมาะอย่างลงตัว ด้วยการเสริมพลาสติก กระดาษการ์ดคุณภาพสูง ในการช่วยเรียง จัดวางอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ตลอดจนพิมพ์โลโก้ลงในส่วนเสริมต่างๆ เหล่านี้ด้วย
โครงสร้างวิศวกรรมการออกแบบที่ลงตัวภายในกล่องบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเล็กเพียงใด มีความสำคัญและคุณค่าเพียงไหน แอปเปิ้ลใส่ใจต่อความรู้สึกของผู้ซื้อมาก ในระดับที่สูงมากที่สุดที่ระดับมืออาชีพจะพึงมี ทุกอย่างลงตัวถึงที่สุดในแบบที่มันเป็นอยู่ นั่นคือเหตุผลว่า กล่องกระดาษแข็งช่วยให้สินค้าขายดีได้อย่างไร

ข้อที่ 5. ลูกค้าจะเก็บกล่องกระดาษแข็งไว้

หากคุณสามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ของคุณได้ครอบคลุมตามข้อ 1. – 4. แล้ว ผู้ซื้อเหล่านั้นมักจะต้องการเก็บกล่องกระดาษแข็งของคุณไว้แน่นอน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่พิเศษมาก แล้วพวกเขาทำเช่นนั้นเพื่ออะไร ท้ายสุดแล้วก็คือ การรวบรวมปัจจัยทั้งหมดที่เราได้กล่าวมาข้างต้นเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ของกล่องใส่โทรศัพท์ ไอโฟน

  1. สภาพภายนอกกล่องดูเยี่ยม สร้างภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์ และยังทรงคุณค่าแม้เวลาผ่านไป
  2. ภายในของกล่องดูไร้ที่ติ เช่นเดียวกับสภาพภายนอก สภาพของตำแหน่งวัสดุบรรจุไม่เสื่อมเสียหายใดๆ
  3. เป็นการออกแบบที่เยี่ยมอีกประการในการเป็นที่เก็บของอุปกรณ์เสริมที่ไม่ได้ใช้ไว้อย่างปลอดภัย
  4. จากประสบการณ์ที่แอปเปิ้ลสร้างไว้ให้ ทำให้คุณมีความพึงใจในบรรจุภัณฑ์ ทำให้คุณไม่อยากทิ้งขว้างกล่องนั้นไป เพราะคุณรับรู้ถึงคุณค่าและความสวยงามของมัน

ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ของคุณจะเข้ากับกล่องกระดาษแข็งหรือไม่ แบบฉบับวิธีคิดของแอปเปิ้ลเป็นที่ยอมรับสำสินค้า (ปลีก ) ต่างๆ การทำงานแบบมืออาชีพที่ประสบการณ์สูง ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่แสดงตัวตนของสินค้าได้ดี การออกแบบที่เรียบหรู สะอาดตา และดูดีได้รับการยอมรับและผ่านการพิสูจน์จากกลไกทางการตลาดแล้ว หากคุณสามารถสร้างสรรประสบการณ์ ระหว่างผลิตภัณฑ์ที่เยี่ยมยอด กับบรรจุภัณฑ์ที่ดูดีมาก นั่นจะสร้างผลลัพธ์และสร้างรับรู้ถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ของคุณและแน่นอนว่า ลูกค้าเหล่านั้นจะยังคงกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณอีกแน่นอน นั่นคือเหตุผลว่า กล่องกระดาษแข็งช่วยให้สินค้าขายดีได้อย่างไร

คุณสามารถหาอ่านบทความที่เกี่ยวกับเรื่องกล่องจั่วปัง หรือกล่องกระดาษแข็ง เกี่ยวกับที่มาของวัตถุดิบ หรือกระดาษแข็งที่นี่ :

กระดาษจั่วปัง คือ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตกล่องกระดาษแข็ง

ความหนาของกระดาษจั่วปัง

กล่องในโลกของบรรจุภัณฑ์

รูปแบบของกล่องกระดาษแข็ง

กล่องกระดาษแข็ง หรือ กล่องจั่วปัง ต่างจากกล่องกระดาษพับได้อย่างไร

ทำไมกล่องจั่วปังราคาแพงจัง

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการสั่งผลิตกล่องกระดาษแข็ง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องเช่น

ต้องการกล่องจั่วปัง สั่งผลิตที่ไหนดี

จะต้องเตรียมและใช้เวลาในการสั่งผลิตกล่องกระดาษจั่วปังนานเท่าไร

Lead TIme For Production เงื่อนเวลาในการสั่งผลิต

ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็งหรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)

ผมพยายามรวบรวมเนื้อหาให้ได้มากที่สุด สะสมไว้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับเจ้าของสินค้า ผู้สนใจสั่งผลิตได้มีข้อมูลมากพอ และรู้จักปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกล่องกระดาษแข็ง ไม่ว่าจะเป็นตัววัตถุดิบ รูปแบบ ความแตกต่างของคำว่ากล่อง และกล่องกระดาษในโลกบรรจุภัณฑ์มีอะไรบ้าง ข้อกังวลเกี่ยวกับราคา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปริมาณการสั่งขั้นต่ำ เวลาในการผลิต ต้นทุนที่เป็นสาเหตุว่า เหตุใดราคากล่องกระดาษแข็ง หรือกล่องจั่วปัง ถึงราคาสูง เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีในตำราบรรจุภัณฑ์ใดๆ ด้วยเหตุที่กล่องกระดาษแข็งหรือจั่วปัง นี้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ต่อไปน่าจะเป็นที่สนใจและผู้คนจะหาข้อมูลเพิ่มขึ้น

หากสนใจสั่งผลิตกล่องกระดาษดาษแข็ง กล่องจั่วปัง สามารถติดต่อผมได้ที่เบอร์มือถือ 0816128662 (คุณอนันต์) 0869734123 (คุณจิตรา) เป็นทั้งหมายเลขไลน์ด้วย อีเมล์สำหรับติดต่อเพื่อให้รายละเอียด sales@rigidboxmaker.com และ smartdigitalsolution@gmail.com

ทำไมกล่องกระดาษจั่วปังราคาแพงจัง

Gift Box Set
ทำไมกล่องกระดาษจั่วปังราคาแพงจัง
ทำไมกล่องกระดาษจั่วปังราคาแพงจัง

วั นหนึ่ง หากคุณมีสินค้าที่คุณอยากนำเสนอออกสู่ตลาดเพื่อการขาย คุณต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ดูดี เพื่อให้แน่ใจว่าจะช่วยดันยอดขายหรือทำให้สินค้าของคุณดูมีราคาขึ้นมาล่ะกัอ กล่องกระดาษแข็ง (#กล่องจั่วปัง) มักจะอยู่ในความคิดอ่านลำดับต้นๆ แน่นอนคุณย่อมอยากทราบว่า ราคาใบละเท่าไรล่ะ (คุณจึงต้องคำนวณต้นทุนในใจว่า คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่) เป็นที่สังเกตุ รับรู้ได้ที่กล่องบรรจุภัณฑ์แบบนี้มันดูดี มีราคา สามารถทำให้สินค้าดูมีคลาสขึ้นมาเลยทีเดียว ใครๆ ก็อยากได้ หรือใครจะไม่อยากหล่ะ? คำถามที่ตามมา คือ ทำไมกล่องกระดาษจั่วปังราคาแพงจัง

สิ่งที่ผมอยากบอกและชวนให้มองให้ลึกลงไป คือ กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็งหรือกล่องจั่วปังนี้ จะช่วยสร้างคุณค่าการยอมรับผ่านความรู้สึกในใจของผู้บริโภคโดยอัตโนมัติว่า สินค้าข้างในจะต้องเป็นของคุณภาพดี มีราคา ทรงคุณค่าอย่างแน่นอน นี่เป็นสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากเหล่าผู้ผลิตกล่องชั้นนำในประเทศจีน ถึงมุมมองที่เจ้าของสินค้านำเสนอและสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ

แต่…… ทำไมกล่องกระดาษจั่วปังราคาแพงจัง

ราคาในการสั่งผลิตกล่องนี่นะสิ ค่อนข้างสูงเอาการทีเดียว ทำให้หลายๆ คน ชะงักงันและเปลี่ยนใจไปในที่สุด ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่ปัจจัยหลักที่สามารถสรุปได้ มาจากเรื่องของ “ ราคา “ การสั่งผลิตค่อนข้างแน่นอน หลายคนอาจไม่สามารถจัดงบประมาณเพื่อสั่งซื้อได้ เป็นที่น่าเสียดาย (ทั้งจากผู้ซื้อ และ​ “ โรงงานของผม “ ที่พลาดโอกาสที่จะผลิตกล่องดีๆ สวยๆ ให้เขา) หากว่า คุณ (ที่เป็นเจ้าของสินค้า และ/หรือ ผู้ที่ต้องการสั่งผลิตกล่อง) สามารถค้นพบผู้ผลิตรายอื่นที่สามารถกำหนดราคาได้ถูกกว่าที่ผม ก็ยินดีด้วย อย่างไรก็ตาม ผมมีข้อคิดและข้อสังเกต เกี่ยวกับสาเหตุว่า ทำไมราคากล่องกระดาษแข็ง จึงราคาสูง หรือแพงกว่ากล่องบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ซึ่งมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง คือ

▪ การขึ้นรูปกล่องกระดาษแข็ง

มีขั้นตอน เครื่องมืออุปกรณ์ แม่พิมพ์ขึ้นรูป และอื่นๆ รวมเรียกว่า “ tooling “ ที่เกี่ยวข้องมากชิ้น มากจำนวนกว่ากล่องลูกฟูก (Corrugated Box) และกล่องกระดาษแบบพับได้ (Folding Carton) อยู่มาก โดยเฉพาะการทำงานในแต่ละขั้นตอน ละเอียดและซับซ้อนกว่าหลายประการ

▪ กล่องกระดาษแข็ง (ในบ้านเรา) โดยมาก มักเป็นงานที่ประกอบด้วยมือ

ซึ่งเป็นงานทักษะฝีมือล้วนๆ อาศัยแรงงานจำนวนมากและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจริงๆ ดังนั้น นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักใหญ่ที่ทำให้มีต้นทุนที่สูง ปริมาณในการผลิตจึงไม่เหมาะที่จะทำคราวละจำนวนมากๆ สำหรับโรงงานของผม มีความทันสมัยกว่า เนื่องจากผลิตด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ ทำให้สามารถชดเชยข้อจำกัดในเรื่องปริมาณการผลิต ซึ่งเครื่องจักรสามารถผลิตได้รวดเร็วกว่า และเที่ยงตรงกว่า การประกอบด้วยแรงงานมือ และสามารถผลิตจำนวนมากในเวลาที่รวดเร็วกว่า อย่างไรก็ดี การผลิตด้วยเครื่องจักรมีขั้นตอนการติดตั้งที่ซับซ้อนกว่า และมีค่าดำเนินการสูงกว่า หากผลิตจำนวนน้อย ก็จะมีผลต่อราคาการผลิตต่อหน่วยเช่นกัน

▪ กล่องกระดาษแข็งเหล่านี้ มักจะห่อหุ้มผิวนอกด้วยวัสดุกระดาษหุ้มที่มีมูลค่า

ราคาค่อนข้างสูง นี่เป็นสาเหตุหลักประการหนึ่ง ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ทั้งนี้ เหมาะกับสินค้าที่มีมูลค่าสูงและส่วนต่างในกำไรจากสินค้าคุ้มค่าเพียงพอที่จะผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ เพื่อการปกป้องสินค้าให้ไปถึงปลายทางหรือถึงมือผู้บริโภคอย่างปลอดภัย ตลอดจนการทำหน้าที่เป็นพนักงานขายเงียบสำหรับสินค้านั้นๆ ไปในตัว

▪ ตัววัตถุดิบหลัก

ซึ่งก็คือ กระดาษแข็งภายในแกนกลาง นี่เอง ราคาแผ่นกระดาษแข็ง ต้นทุนราคาแพงกว่า กระดาษกล่องธรรมดาที่ใช้ผลิตกล่องแบบพับได้ หรือแม้กระทั่งกระดาษการ์ดอาร์ตเอง ยิ่งมีความหนามากขึ้น ราคาต่อแผ่นก็สูงตาม นี่เองเป็นอีกหนึ่งต้นทุนสำคัญมาก ที่ทำให้ตัวกล่องกระดาษแข็งจั่วปังมีราคาในการผลิตค่อนข้างสูง ที่สำคัญอีกประการก็คือ กล่องกระดาษแข็งส่วนใหญ่ จะเป็นกล่องที่ถูกขึ้นรูปสำเร็จ ทำให้กินเนื้อที่จัดเก็บ (ไม่สามารถพับแบให้แบนราบได้แบบกล่องกระดาษแบบพับได้ แม้ว่า การออกแบบบางรูปแบบจะสามารถทำให้กล่องกระดาษแข็งพับได้บ้างแล้วก็ตาม แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องเนื้อที่ การส่งมอบ การขนส่ง และน้ำหนักด้วยเช่นกัน) โดยเฉพาะอาจทำให้สินค้ามีต้นทุนเกี่ยวกับการขนส่งเพิ่มขึ้นอีกต่างหากได้ด้วย

ดังนั้น คำตอบที่สามารถอธิบาย

ด้วยเหตุผล ทำไมกล่องกระดาษจั่วปังราคาแพงจัง จึงสะท้อนกลับมาให้ผมสรุปว่า การที่กำหนดรับผลิตขั้นต่ำของผมนั้น สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายดำเนินในย่อหน้าข้างบน ไม่ว่าคุณจะสั่งผลิตที่ 100 กล่อง หรือ 300, 500, 1000 กล่อง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ยังคงถูกรวมอยู่ในต้นทุนทุกระดับจำนวน หากคิดในเทอมความคุ้มค่าจะพบว่า การผลิตที่จำนวนหน่วยมากชิ้น จะเฉลี่ยทำให้ต้นทุนของกล่องกระดาษจั่วปัง ราคาต่อกล่องประหยัดลงอย่างมาก เพราะตัวหารมากกว่า ผมสรุปเช่นนี้เกิดจากการสะสมประสบการณ์ข้อมูลในการทำเสนอราคาเป็นพันครั้งในระยะเวลาเกือบๆ 5 ปีนับแต่เริ่มเปิดดำเนินธุรกิจนี้ พบว่า จำนวนขั้นต่ำ 300 กล่องที่จะสั่งผลิตคุ้มค่าและได้รับการยอมรับเรื่องราคาต่อหน่วยได้ดี และในที่สุดที่ผู้สั่งผลิตกล่องเข้าใจ ท่านก็มักจะเพิ่มจำนวนขึ้นเมื่อเห็นว่า จะสามารถประหยัดและคุ้มกว่าหากสั่งจำนวนมากขึ้น

ผู้ผลิตกล่องทั่วไปบางรายไม่มีความรู้ความชำนาญในการผลิตกล่องจั่วปังหรือกล่องกระดาษแข็งตามที่ผมอธิบายมาข้างต้น ก็จะใช้วิธีการจำลองแบบเพื่อจะเสริมบุคลิกของบรรจุภัณฑ์กล่องให้ดูคล้ายเพื่อนำมาใช้ในการบรรจุสินค้าเช่นกัน วัตถุประสงค์หลัก ก็คือ หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในการสั่งผลิตที่ค่อนข้างสูงในกล่องกระดาษแข็งมาใช้กล่องที่มีการเลียนแบบรูปร่างให้ดูคล้าย ย้ำ!! นะครับว่า ดูคล้าย เช่นกล่องที่มีผนังสองชั้น (Double Walls box) หรือมากชั้นกว่า หรือแม้กระทั่งใช้กล่องลูกฟูก ลอนE ปะกบผิวด้านหน้า แล้วบอกลุกค้าตนเองว่า นี่เป็นกล่องจั่วปัง ด้วยการทำเป็นรูปทรงต่างๆ ที่ดูละม้ายคล้ายกัน ทำให้ดูหนาทึบ ในด้านความรู้สึก น่าจะช่วยชดเชยความพึงพอใจแก่เจ้าของสินค้าเองได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งการเสริมหรือพับด้วยการออกแบบให้กล่องมีความหนา และน้ำหนักกระดาษดังกล่าว หากไม่ได้อธิบายความจริงแก่เจ้าของสินค้า ก็ไม่ต่างกับการหลอกลวงลูกค้าของเขาเอง

ผมได้รับการสอบถามเพื่อยืนยันความเชื่อของลุกค้าเหล่านั้นด้วยตนเอง แม้ในจรรยาบรรณวิชาชีพ ผมจะไม่ได้กล่าวโทษผู้ผลิตเหล่านั้น แต่การอธิบายโครงสร้างของกล่องที่ถูกต้องต่อลูกค้าผู้สอบถามผมเข้ามาเป็นจำนวนมากรายเข้า ก็ทำให้เข้าใจได้เช่นกันว่า ลุกค้าได้เสียรู้หรือถูกปิดปังความจริง ซึ่งผมก็ได้แต่เห็นใจ และนำมาเขียนเล่าเป็นบทความให้อ่าน หากว่ามีผู้สนใจมาสืบค้นข้อมูลจะได้ทราบความแตกต่างระหว่าง กล่องกระดาษจั่วปัง กับกล่องที่ทำเลียนแบบดังที่ผมอธิบายนั้นเป็นอย่างไร หากสนใจว่า กล่องกระดาษแข็งต่างกับกล่องกระดาษแบบพับได้อย่างไร อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความที่ผมเขียนก่อนหน้าได้ ที่นี่

สินค้าหลายๆ อย่าง ผมเองยังคิดว่า ไม่จำเป็นต้องใช้กล่องกระดาษแข็ง หรือแม้แต่การทำกล่องเลียนแบบด้วยการทำกล่องหลายชั้นกับทุกชนิดของสินค้าก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพการแข่งขันในท้องตลาด หรือสถานการณ์ของสินค้าเหล่านั้นเอง ซึ่งการมีบรรจุภัณฑ์ที่ดูดี อาจมีส่วนช่วยได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับวิจารณญาน สภาพการตลาดและการแข่งขัน งบประมาณ ภาพลักษณ์ของสินค้า จุดยืนหรือจุดแข็งของสินค้า อัตลักษณ์ของสินค้าของท่าน

ต้องการกล่องจั่วปังด่วน สั่งทำที่ไหนดี

ต้องการกล่องจั่วปังด่วน สั่งทำที่ไหนดี

ต้องการกล่องจั่วปังด่วน สั่งทำที่ไหนดี

ต้องการกล่องจั่วปังด่วน สั่งทำที่ไหนดี ทำอย่างไร เมื่อความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ของคุณเกิดขึ้นแล้วเมื่อวานนี้หรือตั้งแต่ตันสัปดาห์ที่แล้ว และวันนี้ต้องการอย่างเร่งด่วนแล้วสิ

ด้วยสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจในบางครั้ง ก่อให้เกิดความวุ่นวายสับสนในยามที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ให้มีพร้อม แต่ไม่มีในมือ ณ ขณะนั้น ทางเลือกเหลือเพียงน้อยนิด ในขณะคุณมีความต้องการอย่างเร่งด่วนที่จะต้องได้บรรจุภัณฑ์มาเพื่อบรรจุสินค้าให้ได้ทันท่วงที ขอบอกให้ทราบว่า มันเกิดขึ้นได้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้ทุกเมื่อ แล้วจะมีวิธีการหรือการรับมือของปัญหานี้หรือไม่ ครับ ทุกปัญหามีทางออกอยู่แล้ว และนี่เป็นแนวทางที่ช่วยให้คุณมีหนทาง ลองดูครับ

• ยามที่คุณอยู่ในสถานะการณ์เร่งรีบและวิกฤตอย่างแท้จริง และต้องแสดงออกอย่างจริงจัง

การสร้างสถานการณ์ว่า เร่งด่วน หรือเพียงเสแสร้งว่า รีบ แต่ไม่มีทีท่าที่ชัดเจนนั้น อาจถูกมองว่าไม่เร่งด่วนจริงจัง และอาจไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตของคุณ ดังนั้น คุณควรให้เหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอหรืออาจเป็นเชิงขอความร่วมมือ เพื่อทำให้ผู้ผลิตของคุณเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง เพราะบางครั้งการทำทีเหมือนรีบ แต่ไม่ได้เป็นจริงเป็นจังนัก อาจไม่เกิดผล คุณควรรู้ด้วยว่า ผู้ผลิตเหล่านั้นเขาพบเจออยู่บ่อยๆ แทบจะทุกๆงานเร่งด่วนทั้งนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ผมแนะนำว่า คุณควรมีความจริงใจและอธิบายความสำคัญและสถานการณ์ที่เร่งรีบอย่างมีเหตุผล เช่น กำหนดการเส้นตายการส่งสินค้า หรือวันเวลากำหนดที่แน่ชัดในการส่งสินค้าหรือการออกสู่ตลาด มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อคุณเพียงใด และคุณกำลังขอให้ผู้ผลิตของคุณนั้นช่วยเหลืออย่างมาก

Meeting Brain Strom
คุณควรมีความจริงใจและอธิบายความสำคัญและสถานการณ์ที่เร่งรีบอย่างมีเหตุผล

• พยายามควบคุมอารมณ์ อย่าได้พลุ่งพล่านเกินไป และพยายามสุภาพที่สุด

ในบางกรณีที่ดูเหมือนความต้องการของคุณไม่ได้รับการใส่ใจอย่างที่คุณกำลังร้อนรน ขอให้พยายามอดทนและสุภาพในการอธิบายถึงสถานะความเร่งรีบ และวิกฤติของคุณต่อผู้ผลิต (ก็คุณกำลังขอร้องให้ เขาช่วยคุณผลิตนี่นา) เพื่อให้เขาเข้าใจ และเขาอาจช่วยเหลือคุณจริงๆ Continue reading “ต้องการกล่องจั่วปังด่วน สั่งทำที่ไหนดี”

Packaging Lead Time Production

packaging lead time production

Packaging Lead Time  Production

Packaging Lead Time Production

เงื่อนเวลาในการสั่งซื้อหรือสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์
เวลามักจะไม่เป็นใจกับคุณอยู่เรื่อย

Packaging Lead Time Production ผมคิดว่า ไม่ว่าจะมากหรือน้อย คุณๆ ที่เป็นเจ้าของสินค้าต้องเจอะเจอสภาพนี้บ้างแหล่ะ เมื่อเวลาไม่เป็นใจ ไม่อำนวยช่วยคุณในเรื่องการสั่งซื้อ หรือเพื่อสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าของคุณ ในบรรดาผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ทั้งหลายมีเงื่อนไขข้อแม้ของแต่ละรายไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความพร้อม ซึ่งผมได้เขียนไว้ในบทความที่แล้ว ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการซึ่งบางอย่างเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก สนใจลองเปิดอ่านจากบทความที่แล้วได้ครับ ที่นี่

• แล้วเงื่อนเวลา (Lead Time) คืออะไร

ที่จริงแล้ว เงื่อนเวลา ก็คือ เวลาที่เตรียมและจะใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่ผู้ผลิต บริษัท โรงงานที่ผลิตบรรจุภัณฑ์แต่ละชนิดใช้ ในการผลิตให้แก่คุณ แต่ทว่า ปัจจัยที่สำคัญคือ การคำนวณเวลาที่ใช้ตลอดกระบวนตั้งแต่จุดแรกที่คุณคิดจะสั่งผลิต ไปจนถึงเป็นวัตถุสำเร็จถึงมือคุณนั่นแหละ เป็นนิยามทั้งหมดของหัวข้อที่ผมกล่าว

อันที่จริง หากจะอธิบายให้ลึกซึ้งขึ้นอีกนิด ผมว่าลองเปรียบเทียบเรื่องการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) น่าจะเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นนะ เพราะเรื่องเงื่อนเวลาที่ผมกำลังพยายามอธิบาย มีองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่เรียงร้อยกันเป็นข้อๆ ที่ต่อเนื่องเกี่ยวข้องกันอยู่ ยกตัวอย่างเช่น สรรพสิ่งเริ่มต้นตั้งแต่เรื่องของการจัดหาวัตถุดิบ เข้าสู่สายการผลิต และเป็นสินค้าสู่ผู้แทนจำหน่ายหรือคนกลางในการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภค การสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์เป็นหนึ่งห่วงข้อของสายโซ่เหล่านี้นั่นเอง และแน่อนว่าในแต่ละข้อก็มีวิธีการทำงานและเวลาที่ต้องใช้ในแต่ละส่วนแตกต่างกัน จนแต่ละขั้นตอนเสร็จแล้วเข้าสู่การทำงานแต่ละห่วงข้อดั่งสายโซ่ที่ผมยกตัวอย่าง

ตารางที่ผมยกมาประกอบข้างล่างนี้ เป็นเพียงเงื่อนเวลาของส่วนการผลิตบรรจุภัณฑ์เท่านั้น ทั้งนี้ไม่รวมเรื่องการออกแบบกราฟิค การสร้างต้นแบบ การทดสอบด้านต่างๆ ไปจนถึงการขนส่งไปยังจุดหมายปลายทาง ย้ำอีกครั้งครับว่า เป็นเพียงประมาณการด้านเวลาในการผลิตบรรจุภัณฑ์แต่ละชนิดเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเวลาที่ใช้ของขั้นตอนงานอื่นๆ Continue reading “Packaging Lead Time Production”

จะต้องเตรียมและใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์

จะต้องใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์

จะต้องเตรียมและใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ เป็นหัวข้อที่จะเรียบเรียงให้คุณเข้าใจและศึกษา วางแผน เพื่อให้คุณได้บรรจุภัณฑ์ตามกำหนดของคุณ

จะต้องเตรียมและใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์
ในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์แล้ว นิยามที่สำคัญคือ “ เงื่อนเวลา | Lead time “ ซึ่งคำนี้เองเป็นนิยามในการกำหนดขั้นตอนการทำงานรายละเอียดต่างๆของการผลิตด้วย

จะต้องเตรียมและใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ นี่นับเป็นคำถามที่น่าสนใจและน่าศึกษาเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดวิธีการผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ ทั้งนี้การสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และประเภทของสินค้าที่จะใช้บรรจุใส่ ซึ่งจะกล่าวไปก็มีความต้องการที่หลากหลายมากมายจริงๆ และยังอาจมีเงื่อนไขอื่นๆ ผนวกร่วมด้วยซึ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ อีก เช่นกำหนดเวลาการส่งมอบสินค้า กำหนดการส่งออกและการเผื่อเวลาสำหรับสินค้าเพื่อเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง (กรณีส่งออกไปยังต่างประเทศ เป็นต้น)

ในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์แล้ว นิยามที่สำคัญคือ “ เงื่อนเวลา | Lead time “ ซึ่งคำนี้เองเป็นนิยามในการกำหนดขั้นตอนการทำงานรายละเอียดต่างๆของการผลิตด้วย ผมสรุปประเด็นให้เห็นเป็น 3 ขั้นตอนใหญ่ๆ ล่ะกัน คือ

• การเตรียมขั้นตอนก่อนการผลิต | Preproduction
• ขั้นตอนกระบวนการผลิต | Production
• ขั้นตอนกระบวนการหลังการผลิต | Postproduction

Continue reading “จะต้องเตรียมและใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์”

รูปแบบของกล่องกระดาษแข็ง

application of wrapping on rigid box

 

รูปแบบของกล่องกระดาษแข็ง ชนิด The top and bottom, complete cover type.
Lift-off lid is easy to open and close, rigid boxes with lift-off lids are available in any shape to create personalized and unique gift boxes for business.
The Folderable box type
The Foldable boxes are very creative, its concept being foldable, for easy keep and reuse.
Drawer boxes or Tray With Sleeve boxes.
The Drawer boxes are available in any size to fit different products exactly. Usually, ribbon pull or die-cut pull are used on the drawer that can easy to open drawer or tray.
The Slipcase or Book Cover box.
Book boxes are a unique specialty box that allows your customer to store your product on a bookshelf.
The Two piece rigid boxes with lift off lid.
This Rigid Box with lift-off lids is beautiful, functional gift boxes ideal for a huge range of gifts and products.

รูปแบบของกล่องกระดาษแข็ง บ้านเรารู้จักอย่างแพร่หลายว่า “ กล่องจั่วปัง “ ซึ่งเป็นคำสามัญที่บอกกล่าวลักษณะนามเช่นนี้ ทำให้เข้าใจโดยทั่วกัน อันที่จริง คำเรียกที่เป็นสากลหรือถูกต้องกว่า คือ กล่องกระดาษแข็ง ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “ Set-up Box หรือ Rigid Box ลักษณะทางกายภาพแล้ว ดูมีความหนากว่ากล่องกระดาษแบบพับได้ประมาณ 3-4 เท่า หากท่านสนใจที่เรียนรู้เพิ่มเติมว่า เปรียบเทียบอย่างไร ผมเคยเขียนบทความไว้แล้ว ดูที่นี่ ครับ  บางท่านอาจสนใจเพิ่มเติมว่า แล้วผิวที่จะเราพิมพ์หล่ะ ทำอย่างไร ขอเรียนอย่างนี้ครับ ผิวภายนอกที่เราเคยเห็นเป็นสีสรร หรือลวดลายบนกระดาษนั้น เกิดจากวัสดุผิวต่างหากอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งอาจใช้กระดาษพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ต หรืออื่นใดก็ได้ที่รอบรับการพิมพ์ภาพลงบนพื้นผิวด้านหน้า ตลอดจนการแปรรูปอื่นๆ เช่นการเคลือบ การพิมพ์ปั้มทองเค หรือสปอต ยู.วี​. เป็นต้น หากเป็นลวดลายกระดาษ เกิดจากการใช้วัสดุที่เป็นกระดาษอัดลาย หรือวัสดุเลียนแบบ วัสดุสังเคราะห์ที่สามารถดัดแปลงมาใช้เป็นตัวห่อหุ้มแกนกระดาษแข็งที่ขึ้นรูปเป็นกล่องนั้นเอง กล่องกระดาษจึงไม่นิยม และไม่ค่อยเห็นการพิมพ์โดยตรงลงบนตัวพื้นผิวของกระดาษแข็ง หรือกระดาษจั่วปัง (Greyboard) ดังนั้น จึงขออธิบายเชิงกายภาพส่วนสีสรรภายนอกของกล่องกระดาษแข็งเป็นเกร็ดความรู้เล็กน้อยอย่างนี้ครับ

Continue reading “รูปแบบของกล่องกระดาษแข็ง”

ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)

ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็งหรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)

ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า) จะเริ่มส่งผลกระทบต่อกระเป๋าเงินของคุณเมื่อสินค้าที่คุณผลิตถูกบรรจุเสร็จ พร้อมออกจำหน่ายแล้ว กล่องกระดาษแข็ง หรือ กล่องจั่วปัง มักจะถูกคิดถึงเป็นลำดับต้นๆ ของผู้เป็นเจ้าของสินค้าเองที่อยากได้กล่องกระดาษแข็งไปใช้ในการบรรจุสินค้าของตน ด้วยเหตุที่ว่า กล่องกระดาษแข็ง มีความแข็งแรง คงทน และดูดีมาก และมีความเชื่อว่า สินค้าที่ถูกบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษจะทรงคุณค่า และมีราคาสูงกว่าสินค้าที่ถูกบรรจุในกล่องกระดาษพับได้แบบธรรมดาๆ แน่นอน ซึ่งก็มีส่วนถูกอยู่ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม กล่องแบบพับได้เอง ก็มีรูปแบบที่สามารถถูกออกแบบให้มีความซับซ้อน ดูดีได้เช่นกัน หากได้รับการออกแบบโดยผู้มีความรู้ด้านการจัดวางโครงสร้างกล่องที่สามารถสร้างสรรค์กล่องรูปแบบสวยๆ ดีไซน์แปลกๆ ออกมาได้ สนใจบทความเรื่อง ความแตกต่างระหว่างกล่องกระดาษแข็งและกล่องพับได้ เพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้ : goo.gl/yDwQZ9 บทความที่ผมเขียนไว้ก่อนหน้า

ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)
ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)

ดังนั้น เจ้าของสินค้าจึงมักคิดเองว่า สินค้าที่ดี (ของเขา) ควรจะถูกนำเสนอหรือแสดงผ่านบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพและดึงดูดความสนใจได้มากที่สุด ผมว่าก็คิดถูกอีกนะ ทว่า ก็มีเรื่องที่ต้องให้คำนึงถึงหลายประการดังนี้ :

Continue reading “ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)”

กล่องในโลกของบรรจุภัณฑ์

3 types of boxes

กล่องในโลกของบรรจุภัณฑ์ ที่จะแนะนำจะทำให้คุณรู้จักกับรูปแบบของกล่อง ซึ่งมี 3 รูปลักษณ์

3 types of boxes
3 types of boxes | ลักษณะของกล่องในโลกบรรจุภัณฑ์

สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ นี่เป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากแก่การทำความเข้าใจสำหรับผู้ที่ต้องการจะใช้งาน ไม่ว่าจะสั่งผลิต สั่งซื้อ หรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม การเรียกขานหรืออธิบายด้วยการจะสื่อความหมายของตนแก่ผู้ผลิตเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายจริงๆ โดยเฉพาะหากพูดถึงเรื่อง “ กล่อง “ เพื่ออธิบายนิยามของกล่องแบบพับได้ (Folding Cartons) กล่องกระดาษแข็ง/ กล่องจั่วปัง (Rigid Boxes/ Set-up Boxes) กล่องลูกฟูก (Corrgate Boxes) หรือแม้กระทั่งการเลือก “ กล่อง “ ให้เหมาะกับการใช้งานของตน ว่าจะเลือกใช้อย่างไร ตัดสินใจสั่งซื้ออย่างไร ผลิตกับใคร เป็นต้น

เรื่องนี้สามารถเยอะได้ครับ แต่เอาเป็นว่า ผมจะพยายามพูดเป็นภาษาคน แบบบ้านๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นนะครับ เกี่ยวกับสามรูปลักษณ์ของ “ กล่อง “ เบื้องต้นเราจำกัดขอบเขตกันสักนิดว่า เราพูดถึงเรื่อง “ กล่อง “ ชนิดที่เป็นกระดาษเท่านั้น (ก่อน) เพื่อจะได้ไม่แตกหน่อแตกเหล่าออกไปไกลจนกู่ไม่กลับ

1. กล่องชนิดกระดาษแบบพับได้ (Folding Cartons)

Folding Cartons
The folding carton characteristics | ลักษณะทั่วไปของกล่องกระดาษแบบพับได้

เจ้ากล่องชนิด Folding Cartons นี้ บางทีเรียกว่า Paperboard Cartons หรือ Paperboard Boxes นั้น รวมแล้วเรียกว่า มันเป็นชนิดเดียวกัน พบเห็นได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ ตามชั้นวางสินค้าในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต มันอยู่รอบตัวเราจริงๆ ผมเรียกกล่องเหล่านี้ (โดยความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียนว่า กล่องยาน้ำแก้ไอ เหมือนผู้ใหญ่ที่นับถือท่านนึงเคยเปรียบเปรยกล่องที่มีความเป็นสามัญธรรมดามากๆ ว่า กล่องขนมครก) เจ้านี่แหละ เรียกว่า “ กล่องกระดาษแบบพับได้  “

2. กล่องแข็ง หรือ กล่องกระดาษแข็ง/กล่องจั่วปัง (Rigid Boxes)

rigid box
the characteristic of rigid box | รูปลักษณ์ทั่วไปของกล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง)

ชื่อมันก็บอกอยู่ทนโท่นะครับ ว่า “ กล่องกระดาษแข็ง “ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Rigid Boxes (Set-up Boxes) อ่านความหมายที่ละเอียดได้จากหน้าเว็บผมเลยครับ เป็นธุรกิจหลักของผมตอนนี้เลยเชียว ตามนิยามศัพท์หรือลักษณะแล้ว ไม่ควรจะพับได้แบบหัวข้อแรก แต่ด้วยวิธีฉลาดๆ และการออกแบบที่แยบยล ทำให้เดี๋ยวนี้ กล่องกระดาษแข็งสามารถพับได้แล้ว (ไว้ผมจะโพสรูปที่บริษัทผมผลิตให้ดู) โดยมากแล้ว มักจะใช้กับสินค้าระดับหรู ระดับพรีเมี่ยม แต่ก็ไม่เสมอไปทั้งหมดหรอกนะ ขึ้นอยู่กับว่า เจ้าของสินค้าชอบหรือไม่ และยอมจ่ายเพื่อซื้อหากล่องแบบนี้หรือไม่ และมักจะพบว่า กล่องแบบนี้มักช้บรรจุสินค้าที่มีน้ำหนัก มีมูลค่าสูงและต้องการการปกป้องอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกถึงคุณค่าสินค้าหรือของในกล่องว่าจะต้องมีมูลค่า มีราคาแน่นอน ยกตัวอย่าง กล่องใส่โทรศัพท์มือถือไอโฟน ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่พูดถึงก็เห็นภาพได้เลย

3. กล่องลูกฟูก (Corrugated Boxes)

corrugated box
the characteristic of corrugated box | ลักษณะโดยทั่วไปของกล่องลูกฟูก

สำหรับกล่องชนิดนี้ ไม่เป็นที่แปลกหูแปลกตาสำหรับพวกเราแน่นอน สามารถพบได้ในแทบทุกผลิตภัณฑ์ที่เราซื้อหา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็นหรือกล่องที่ใช้บรรจุสิ่งของเวลาเราขนย้ายสำนักงาน หรือย้ายบ้าน (สำหรับมีประสบการณ์แบบนี้ดี ในต่างประเทศเป็นแบบนี้แทบทั้งนั้น) แต่สำหรับบ้านเรานี่ สมัยใหม่เดี๋ยวนี้น่าจะพบเห็นได้บ่อยๆ แล้ว

กล่องลูกฟูก ตามรูปลักษณ์ภายนอกที่เห็นจะประกอบไปด้วยกระดาษสามชั้น คือ ชั้นบนและล่างเป็นแผ่นผิว ส่วนตรงกลางจะเป็นลอนกระดาษที่ถูกบด เหมือนที่ปิ้งปลาหมึกตากแห้ง แล้วเข้าเครื่องบดยืดออกให้บางและคลายความเหนียว ลักษณะเป็นลอนของกระดาษลูกฟูกก็คล้ายๆ แบบนี้

ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ กล่องลูกฟูก มักจะทำหน้าเป็นผู้ปกป้องผลิตภัณฑ์ชั้นนอกสุด และถูกใช้เป็นผู้นำส่งผลิตภัณฑ์ไปยังปลายทางหรือสู่ผู้บริโภคในที่สุด จัดเป็นผู้พิทักษ์ ผู้ปกป้อง ผู้นำส่งสินค้าจากต้นทางผู้ผลิตไปยังปลายทางที่เป็นผู้รับหรือผู้ใช้สินค้าอย่างแพร่หลายทั่วโลกเลยทีเดียว

นอกจากนี้ กล่องลูกฟูก ยังถูกนำมาดัดแปลงใช้ในรูปแบบต่างๆ อย่างชาญฉลาด ด้วยคุณลักษณะที่แข็งแรงเมื่อถูกพับขึ้นรูปทรง ใช้เป็นขาตั้ง ชั้นวางสำหรับแสดงสินค้า หรือเป็นแผ่นป้ายแกนสำหรับติดแผ่นพิมพ์ขนาดใหญ่ และอื่นๆ อีกมากมาย

สรุปประเด็นกัน หลังจากอ่านบทความบรรยายแบบบ้านๆ ของผมข้างบนกันแล้วว่า รูปลักษณ์ของกล่องกระดาษที่ผมเขียนบทความนี้ ได้แก่
• กล่องกระดาษแบบพับได้ เกิดจากการใช้กระดาษ Paperboard Boxes หรือกระดาษที่ใช้ทำกล่อง มีความแข็ง มาปรับปรุงด้วยการปั้มอัด ตัดเป็นรูปทรงที่มีรอยพับ สำหรับขึ้นรูปทรง เราพบเห็นได้แทบทุกแห่งรอบตัวเรา ซึ่งผมเรียกกล่องลักษณะเหล่านี้ว่า กล่องยาน้ำแก้ไอ (หมายความว่า นึกถึงยาน้ำแก้ไอสมัยเด็กๆ เวลาเราไม่สบายและหมอจ่ายยาให้ หรือคุณแม่พวกเราซื้อจากร้านขายยามาให้เรารับประทาน)
กล่องกระดาษแข็ง หรือ กล่องจั่วปัง ให้ลองนึกภาพกล่องใส่โทรศัพท์ไอโฟน นั่นแหล่ะครับ
• กล่องลูกฟูก หรือ กล่องลังเบียร์ นั่นแหละ นึกง่ายๆ ก็เข้าใจได้เลย

กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร

กล่องจั่วปังแบบมีบ่าและฐานโชว์สินค้า

กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร

เคยตั้งข้อสงสัยกันบ้างไม๊ครับว่า กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร

ผมเคยได้รับคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับคำสรรพนามของกล่องบรรจุภัณฑ์เหล่านี้มา ทำให้เอะใจว่า น่าจะมีอีกหลายๆ ท่านที่ไม่เข้าใจและไม่ทราบเกี่ยวกับลักษณะนามของสองตัวตนของกล่องที่ผมเอ่ยข้างต้น ซึ่งอันที่จริงแล้ว มีความเหมือนและแตกต่างกันระหว่างกล่องสองชนิดนี้อยู่บ้าง ซึ่งผมจะชี้ให้เห็นว่า มองจากภาพรวมแล้ว กล่องสองชนิดนี้มีความเหมือนกันตรงที่ ต่างเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบรรจุ ห่อหุ้มสินค้า ที่มีพื้นฐานของวัตถุดิบที่เหมือนกันคือ การใช้กระดาษที่มีลักษณะแข็งแกร่ง มาผ่านกระบวนการแปรรูป ขึ้นรูปเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และกระดาษแข็ง ในที่นี้ หมายถึง “ Paperboard “ ตามโครงสร้างจะมีลักษณะแกร่งเพียงพอที่จะใช้เพื่อขึ้นรูป ด้วยการหัก พับ ซึ่งผ่านการแปรรูปให้ขึ้นรูปทรงเป็นกล่องสำหรับบรรจุสินค้าหรือสิ่งของได้ ส่วนกระดาษแข็งอีกชนิด มักเรียกว่า “ เกรย์บอร์ด (Greyboard), หรือ กระดาษจั่วปัง (กระดาษแข็ง) ตามโครงสร้างจะมีความแกร่งมากกว่า 3-4 เท่าของ paperboard ขึ้นไป (สามารถหาอ่านบทความเกี่ยว “ กระดาษจั่วปัง คือ อะไร จากบทความของผมก่อนหน้านี้ได้ ที่นี่)
Continue reading “กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร”