ต้องการกล่องจั่วปังด่วน สั่งทำที่ไหนดี

ต้องการกล่องจั่วปังด่วน สั่งทำที่ไหนดี

ต้องการกล่องจั่วปังด่วน สั่งทำที่ไหนดี

ต้องการกล่องจั่วปังด่วน สั่งทำที่ไหนดี ทำอย่างไร เมื่อความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ของคุณเกิดขึ้นแล้วเมื่อวานนี้หรือตั้งแต่ตันสัปดาห์ที่แล้ว และวันนี้ต้องการอย่างเร่งด่วนแล้วสิ

ด้วยสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจในบางครั้ง ก่อให้เกิดความวุ่นวายสับสนในยามที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ให้มีพร้อม แต่ไม่มีในมือ ณ ขณะนั้น ทางเลือกเหลือเพียงน้อยนิด ในขณะคุณมีความต้องการอย่างเร่งด่วนที่จะต้องได้บรรจุภัณฑ์มาเพื่อบรรจุสินค้าให้ได้ทันท่วงที ขอบอกให้ทราบว่า มันเกิดขึ้นได้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้ทุกเมื่อ แล้วจะมีวิธีการหรือการรับมือของปัญหานี้หรือไม่ ครับ ทุกปัญหามีทางออกอยู่แล้ว และนี่เป็นแนวทางที่ช่วยให้คุณมีหนทาง ลองดูครับ

• ยามที่คุณอยู่ในสถานะการณ์เร่งรีบและวิกฤตอย่างแท้จริง และต้องแสดงออกอย่างจริงจัง

การสร้างสถานการณ์ว่า เร่งด่วน หรือเพียงเสแสร้งว่า รีบ แต่ไม่มีทีท่าที่ชัดเจนนั้น อาจถูกมองว่าไม่เร่งด่วนจริงจัง และอาจไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตของคุณ ดังนั้น คุณควรให้เหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอหรืออาจเป็นเชิงขอความร่วมมือ เพื่อทำให้ผู้ผลิตของคุณเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง เพราะบางครั้งการทำทีเหมือนรีบ แต่ไม่ได้เป็นจริงเป็นจังนัก อาจไม่เกิดผล คุณควรรู้ด้วยว่า ผู้ผลิตเหล่านั้นเขาพบเจออยู่บ่อยๆ แทบจะทุกๆงานเร่งด่วนทั้งนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ผมแนะนำว่า คุณควรมีความจริงใจและอธิบายความสำคัญและสถานการณ์ที่เร่งรีบอย่างมีเหตุผล เช่น กำหนดการเส้นตายการส่งสินค้า หรือวันเวลากำหนดที่แน่ชัดในการส่งสินค้าหรือการออกสู่ตลาด มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อคุณเพียงใด และคุณกำลังขอให้ผู้ผลิตของคุณนั้นช่วยเหลืออย่างมาก

Meeting Brain Strom
คุณควรมีความจริงใจและอธิบายความสำคัญและสถานการณ์ที่เร่งรีบอย่างมีเหตุผล

• พยายามควบคุมอารมณ์ อย่าได้พลุ่งพล่านเกินไป และพยายามสุภาพที่สุด

ในบางกรณีที่ดูเหมือนความต้องการของคุณไม่ได้รับการใส่ใจอย่างที่คุณกำลังร้อนรน ขอให้พยายามอดทนและสุภาพในการอธิบายถึงสถานะความเร่งรีบ และวิกฤติของคุณต่อผู้ผลิต (ก็คุณกำลังขอร้องให้ เขาช่วยคุณผลิตนี่นา) เพื่อให้เขาเข้าใจ และเขาอาจช่วยเหลือคุณจริงๆ Continue reading “ต้องการกล่องจั่วปังด่วน สั่งทำที่ไหนดี”

Packaging Lead Time Production

packaging lead time production

Packaging Lead Time  Production

Packaging Lead Time Production

เงื่อนเวลาในการสั่งซื้อหรือสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์
เวลามักจะไม่เป็นใจกับคุณอยู่เรื่อย

Packaging Lead Time Production ผมคิดว่า ไม่ว่าจะมากหรือน้อย คุณๆ ที่เป็นเจ้าของสินค้าต้องเจอะเจอสภาพนี้บ้างแหล่ะ เมื่อเวลาไม่เป็นใจ ไม่อำนวยช่วยคุณในเรื่องการสั่งซื้อ หรือเพื่อสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าของคุณ ในบรรดาผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ทั้งหลายมีเงื่อนไขข้อแม้ของแต่ละรายไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความพร้อม ซึ่งผมได้เขียนไว้ในบทความที่แล้ว ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการซึ่งบางอย่างเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก สนใจลองเปิดอ่านจากบทความที่แล้วได้ครับ ที่นี่

• แล้วเงื่อนเวลา (Lead Time) คืออะไร

ที่จริงแล้ว เงื่อนเวลา ก็คือ เวลาที่เตรียมและจะใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่ผู้ผลิต บริษัท โรงงานที่ผลิตบรรจุภัณฑ์แต่ละชนิดใช้ ในการผลิตให้แก่คุณ แต่ทว่า ปัจจัยที่สำคัญคือ การคำนวณเวลาที่ใช้ตลอดกระบวนตั้งแต่จุดแรกที่คุณคิดจะสั่งผลิต ไปจนถึงเป็นวัตถุสำเร็จถึงมือคุณนั่นแหละ เป็นนิยามทั้งหมดของหัวข้อที่ผมกล่าว

อันที่จริง หากจะอธิบายให้ลึกซึ้งขึ้นอีกนิด ผมว่าลองเปรียบเทียบเรื่องการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) น่าจะเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นนะ เพราะเรื่องเงื่อนเวลาที่ผมกำลังพยายามอธิบาย มีองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่เรียงร้อยกันเป็นข้อๆ ที่ต่อเนื่องเกี่ยวข้องกันอยู่ ยกตัวอย่างเช่น สรรพสิ่งเริ่มต้นตั้งแต่เรื่องของการจัดหาวัตถุดิบ เข้าสู่สายการผลิต และเป็นสินค้าสู่ผู้แทนจำหน่ายหรือคนกลางในการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภค การสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์เป็นหนึ่งห่วงข้อของสายโซ่เหล่านี้นั่นเอง และแน่อนว่าในแต่ละข้อก็มีวิธีการทำงานและเวลาที่ต้องใช้ในแต่ละส่วนแตกต่างกัน จนแต่ละขั้นตอนเสร็จแล้วเข้าสู่การทำงานแต่ละห่วงข้อดั่งสายโซ่ที่ผมยกตัวอย่าง

ตารางที่ผมยกมาประกอบข้างล่างนี้ เป็นเพียงเงื่อนเวลาของส่วนการผลิตบรรจุภัณฑ์เท่านั้น ทั้งนี้ไม่รวมเรื่องการออกแบบกราฟิค การสร้างต้นแบบ การทดสอบด้านต่างๆ ไปจนถึงการขนส่งไปยังจุดหมายปลายทาง ย้ำอีกครั้งครับว่า เป็นเพียงประมาณการด้านเวลาในการผลิตบรรจุภัณฑ์แต่ละชนิดเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเวลาที่ใช้ของขั้นตอนงานอื่นๆ Continue reading “Packaging Lead Time Production”

จะต้องเตรียมและใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์

จะต้องใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์

จะต้องเตรียมและใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ เป็นหัวข้อที่จะเรียบเรียงให้คุณเข้าใจและศึกษา วางแผน เพื่อให้คุณได้บรรจุภัณฑ์ตามกำหนดของคุณ

จะต้องเตรียมและใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์
ในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์แล้ว นิยามที่สำคัญคือ “ เงื่อนเวลา | Lead time “ ซึ่งคำนี้เองเป็นนิยามในการกำหนดขั้นตอนการทำงานรายละเอียดต่างๆของการผลิตด้วย

จะต้องเตรียมและใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ นี่นับเป็นคำถามที่น่าสนใจและน่าศึกษาเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดวิธีการผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ ทั้งนี้การสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และประเภทของสินค้าที่จะใช้บรรจุใส่ ซึ่งจะกล่าวไปก็มีความต้องการที่หลากหลายมากมายจริงๆ และยังอาจมีเงื่อนไขอื่นๆ ผนวกร่วมด้วยซึ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ อีก เช่นกำหนดเวลาการส่งมอบสินค้า กำหนดการส่งออกและการเผื่อเวลาสำหรับสินค้าเพื่อเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง (กรณีส่งออกไปยังต่างประเทศ เป็นต้น)

ในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์แล้ว นิยามที่สำคัญคือ “ เงื่อนเวลา | Lead time “ ซึ่งคำนี้เองเป็นนิยามในการกำหนดขั้นตอนการทำงานรายละเอียดต่างๆของการผลิตด้วย ผมสรุปประเด็นให้เห็นเป็น 3 ขั้นตอนใหญ่ๆ ล่ะกัน คือ

• การเตรียมขั้นตอนก่อนการผลิต | Preproduction
• ขั้นตอนกระบวนการผลิต | Production
• ขั้นตอนกระบวนการหลังการผลิต | Postproduction

Continue reading “จะต้องเตรียมและใช้เวลาเท่าไรในการสั่งซื้อเพื่อผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์”

รูปแบบของกล่องกระดาษแข็ง

application of wrapping on rigid box

รูปแบบของกล่องกระดาษแข็ง

รูปแบบของกล่องกระดาษแข็ง ชนิด The top and bottom, complete cover type.
Lift-off lid are easy to open and close,rigid boxes with lift-off lids are available in any shape to create personalized and unique gift boxes for business.
The Folderable box type
The Folderable boxes are very creative, its concept being foldable, for easy keep and reuse.
Drawer boxes or Tray With Sleeve boxes.
The Drawer boxes are available in any size to fit different productcs exactly.Usually ribbon pull or die cut pull are used on drawer that can easy to open drawer or tray.
The Slipcase or Book Cover box.
Book boxes are a unique specialty box that allows your customer to store your product on a book shelf.
The Two piece rigid boxes with lift off lid.
This Rigid Box with lift-off lids are beautiful, functional gift boxes ideal for a huge range of gifts and products.

รูปแบบของกล่องกระดาษแข็ง บ้านเรารู้จักอย่างแพร่หลายว่า “ กล่องจั่วปัง “ ซึ่งเป็นคำสามัญที่บอกกล่าวลักษณะนามเช่นนี้ ทำให้เข้าใจโดยทั่วกัน อันที่จริง คำเรียกที่เป็นสากลหรือถูกต้องกว่า คือ กล่องกระดาษแข็ง ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “ Set-up Box หรือ Rigid Box ลักษณะทางกายภาพแล้ว ดูมีความหนากว่ากล่องกระดาษแบบพับได้ประมาณ 3-4 เท่า หากท่านสนใจที่เรียนรู้เพิ่มเติมว่า เปรียบเทียบอย่างไร ผมเคยเขียนบทความไว้แล้ว ดูที่นี่ ครับ  บางท่านอาจสนใจเพิ่มเติมว่า แล้วผิวที่จะเราพิมพ์หล่ะ ทำอย่างไร ขอเรียนอย่างนี้ครับ ผิวภายนอกที่เราเคยเห็นเป็นสีสรร หรือลวดลายบนกระดาษนั้น เกิดจากวัสดุผิวต่างหากอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งอาจใช้กระดาษพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ต หรืออื่นใดก็ได้ที่รอบรับการพิมพ์ภาพลงบนพื้นผิวด้านหน้า ตลอดจนการแปรรูปอื่นๆ เช่นการเคลือบ การพิมพ์ปั้มทองเค หรือสปอต ยู.วี​. เป็นต้น หากเป็นลวดลายกระดาษ เกิดจากการใช้วัสดุที่เป็นกระดาษอัดลาย หรือวัสดุเลียนแบบ วัสดุสังเคราะห์ที่สามารถดัดแปลงมาใช้เป็นตัวห่อหุ้มแกนกระดาษแข็งที่ขึ้นรูปเป็นกล่องนั้นเอง กล่องกระดาษจึงไม่นิยม และไม่ค่อยเห็นการพิมพ์โดยตรงลงบนตัวพื้นผิวของกระดาษแข็ง หรือกระดาษจั่วปัง (Greyboard) ดังนั้น จึงขออธิบายเชิงกายภาพส่วนสีสรรภายนอกของกล่องกระดาษแข็งเป็นเกร็ดความรู้เล็กน้อยอย่างนี้ครับ Continue reading “รูปแบบของกล่องกระดาษแข็ง”

ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็งหรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)

ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็งหรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)

ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็งหรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า) จะเริ่มส่งผลกระทบต่อกระเป๋าเงินของคุณเมื่อสินค้าที่คุณผลิตถูกบรรจุเสร็จ พร้อมออกจำหน่ายแล้ว กล่องกระดาษแข็ง หรือ กล่องจั่วปัง มักจะถูกคิดถึงเป็นลำดับต้นๆ ของผู้เป็นเจ้าของสินค้าเองที่อยากได้กล่องกระดาษแข็งไปใช้ในการบรรจุสินค้าของตน ด้วยเหตุที่ว่า กล่องกระดาษแข็ง มีความแข็งแรง คงทน และดูดีมาก และมีความเชื่อว่า สินค้าที่ถูกบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษจะทรงคุณค่า และมีราคาสูงกว่าสินค้าที่ถูกบรรจุในกล่องกระดาษพับได้แบบธรรมดาๆ แน่นอน ซึ่งก็มีส่วนถูกอยู่ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม กล่องแบบพับได้เอง ก็มีรูปแบบที่สามารถถูกออกแบบให้มีความซับซ้อน ดูดีได้เช่นกัน หากได้รับการออกแบบโดยผู้มีความรู้ด้านการจัดวางโครงสร้างกล่องที่สามารถสร้างสรรค์กล่องรูปแบบสวยๆ ดีไซน์แปลกๆ ออกมาได้ สนใจบทความเรื่อง ความแตกต่างระหว่างกล่องกระดาษแข็งและกล่องพับได้ เพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้ : goo.gl/yDwQZ9 บทความที่ผมเขียนไว้ก่อนหน้า

ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)
ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)

ดังนั้น เจ้าของสินค้าจึงมักคิดเองว่า สินค้าที่ดี (ของเขา) ควรจะถูกนำเสนอหรือแสดงผ่านบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพและดึงดูดความสนใจได้มากที่สุด ผมว่าก็คิดถูกอีกนะ ทว่า ก็มีเรื่องที่ต้องให้คำนึงถึงหลายประการดังนี้ :

Continue reading “ต้นทุนของกล่องกระดาษแข็งหรือบรรจุภัณฑ์ (ราคาค่ากล่องใส่สินค้า)”

กล่องในโลกของบรรจุภัณฑ์

3 types of boxes

กล่องในโลกของบรรจุภัณฑ์ ที่จะแนะนำจะทำให้คุณรู้จักกับรูปแบบของกล่อง ซึ่งมี 3 รูปลักษณ์

3 types of boxes
3 types of boxes | ลักษณะของกล่องในโลกบรรจุภัณฑ์

สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ นี่เป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากแก่การทำความเข้าใจสำหรับผู้ที่ต้องการจะใช้งาน ไม่ว่าจะสั่งผลิต สั่งซื้อ หรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม การเรียกขานหรืออธิบายด้วยการจะสื่อความหมายของตนแก่ผู้ผลิตเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายจริงๆ โดยเฉพาะหากพูดถึงเรื่อง “ กล่อง “ เพื่ออธิบายนิยามของกล่องแบบพับได้ (Folding Cartons) กล่องกระดาษแข็ง/ กล่องจั่วปัง (Rigid Boxes/ Set-up Boxes) กล่องลูกฟูก (Corrgate Boxes) หรือแม้กระทั่งการเลือก “ กล่อง “ ให้เหมาะกับการใช้งานของตน ว่าจะเลือกใช้อย่างไร ตัดสินใจสั่งซื้ออย่างไร ผลิตกับใคร เป็นต้น

เรื่องนี้สามารถเยอะได้ครับ แต่เอาเป็นว่า ผมจะพยายามพูดเป็นภาษาคน แบบบ้านๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นนะครับ เกี่ยวกับสามรูปลักษณ์ของ “ กล่อง “ เบื้องต้นเราจำกัดขอบเขตกันสักนิดว่า เราพูดถึงเรื่อง “ กล่อง “ ชนิดที่เป็นกระดาษเท่านั้น (ก่อน) เพื่อจะได้ไม่แตกหน่อแตกเหล่าออกไปไกลจนกู่ไม่กลับ

1. กล่องชนิดกระดาษแบบพับได้ (Folding Cartons)

Folding Cartons
The folding carton characteristics | ลักษณะทั่วไปของกล่องกระดาษแบบพับได้

เจ้ากล่องชนิด Folding Cartons นี้ บางทีเรียกว่า Paperboard Cartons หรือ Paperboard Boxes นั้น รวมแล้วเรียกว่า มันเป็นชนิดเดียวกัน พบเห็นได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ ตามชั้นวางสินค้าในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต มันอยู่รอบตัวเราจริงๆ ผมเรียกกล่องเหล่านี้ (โดยความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียนว่า กล่องยาน้ำแก้ไอ เหมือนผู้ใหญ่ที่นับถือท่านนึงเคยเปรียบเปรยกล่องที่มีความเป็นสามัญธรรมดามากๆ ว่า กล่องขนมครก) เจ้านี่แหละ เรียกว่า “ กล่องกระดาษแบบพับได้  “

2. กล่องแข็ง หรือ กล่องกระดาษแข็ง/กล่องจั่วปัง (Rigid Boxes)

rigid box
the characteristic of rigid box | รูปลักษณ์ทั่วไปของกล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง)

ชื่อมันก็บอกอยู่ทนโท่นะครับ ว่า “ กล่องกระดาษแข็ง “ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Rigid Boxes (Set-up Boxes) อ่านความหมายที่ละเอียดได้จากหน้าเว็บผมเลยครับ เป็นธุรกิจหลักของผมตอนนี้เลยเชียว ตามนิยามศัพท์หรือลักษณะแล้ว ไม่ควรจะพับได้แบบหัวข้อแรก แต่ด้วยวิธีฉลาดๆ และการออกแบบที่แยบยล ทำให้เดี๋ยวนี้ กล่องกระดาษแข็งสามารถพับได้แล้ว (ไว้ผมจะโพสรูปที่บริษัทผมผลิตให้ดู) โดยมากแล้ว มักจะใช้กับสินค้าระดับหรู ระดับพรีเมี่ยม แต่ก็ไม่เสมอไปทั้งหมดหรอกนะ ขึ้นอยู่กับว่า เจ้าของสินค้าชอบหรือไม่ และยอมจ่ายเพื่อซื้อหากล่องแบบนี้หรือไม่ และมักจะพบว่า กล่องแบบนี้มักช้บรรจุสินค้าที่มีน้ำหนัก มีมูลค่าสูงและต้องการการปกป้องอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกถึงคุณค่าสินค้าหรือของในกล่องว่าจะต้องมีมูลค่า มีราคาแน่นอน ยกตัวอย่าง กล่องใส่โทรศัพท์มือถือไอโฟน ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่พูดถึงก็เห็นภาพได้เลย

3. กล่องลูกฟูก (Corrugated Boxes)

corrugated box
the characteristic of corrugated box | ลักษณะโดยทั่วไปของกล่องลูกฟูก

สำหรับกล่องชนิดนี้ ไม่เป็นที่แปลกหูแปลกตาสำหรับพวกเราแน่นอน สามารถพบได้ในแทบทุกผลิตภัณฑ์ที่เราซื้อหา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็นหรือกล่องที่ใช้บรรจุสิ่งของเวลาเราขนย้ายสำนักงาน หรือย้ายบ้าน (สำหรับมีประสบการณ์แบบนี้ดี ในต่างประเทศเป็นแบบนี้แทบทั้งนั้น) แต่สำหรับบ้านเรานี่ สมัยใหม่เดี๋ยวนี้น่าจะพบเห็นได้บ่อยๆ แล้ว

กล่องลูกฟูก ตามรูปลักษณ์ภายนอกที่เห็นจะประกอบไปด้วยกระดาษสามชั้น คือ ชั้นบนและล่างเป็นแผ่นผิว ส่วนตรงกลางจะเป็นลอนกระดาษที่ถูกบด เหมือนที่ปิ้งปลาหมึกตากแห้ง แล้วเข้าเครื่องบดยืดออกให้บางและคลายความเหนียว ลักษณะเป็นลอนของกระดาษลูกฟูกก็คล้ายๆ แบบนี้

ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ กล่องลูกฟูก มักจะทำหน้าเป็นผู้ปกป้องผลิตภัณฑ์ชั้นนอกสุด และถูกใช้เป็นผู้นำส่งผลิตภัณฑ์ไปยังปลายทางหรือสู่ผู้บริโภคในที่สุด จัดเป็นผู้พิทักษ์ ผู้ปกป้อง ผู้นำส่งสินค้าจากต้นทางผู้ผลิตไปยังปลายทางที่เป็นผู้รับหรือผู้ใช้สินค้าอย่างแพร่หลายทั่วโลกเลยทีเดียว

นอกจากนี้ กล่องลูกฟูก ยังถูกนำมาดัดแปลงใช้ในรูปแบบต่างๆ อย่างชาญฉลาด ด้วยคุณลักษณะที่แข็งแรงเมื่อถูกพับขึ้นรูปทรง ใช้เป็นขาตั้ง ชั้นวางสำหรับแสดงสินค้า หรือเป็นแผ่นป้ายแกนสำหรับติดแผ่นพิมพ์ขนาดใหญ่ และอื่นๆ อีกมากมาย

สรุปประเด็นกัน หลังจากอ่านบทความบรรยายแบบบ้านๆ ของผมข้างบนกันแล้วว่า รูปลักษณ์ของกล่องกระดาษที่ผมเขียนบทความนี้ ได้แก่
• กล่องกระดาษแบบพับได้ เกิดจากการใช้กระดาษ Paperboard Boxes หรือกระดาษที่ใช้ทำกล่อง มีความแข็ง มาปรับปรุงด้วยการปั้มอัด ตัดเป็นรูปทรงที่มีรอยพับ สำหรับขึ้นรูปทรง เราพบเห็นได้แทบทุกแห่งรอบตัวเรา ซึ่งผมเรียกกล่องลักษณะเหล่านี้ว่า กล่องยาน้ำแก้ไอ (หมายความว่า นึกถึงยาน้ำแก้ไอสมัยเด็กๆ เวลาเราไม่สบายและหมอจ่ายยาให้ หรือคุณแม่พวกเราซื้อจากร้านขายยามาให้เรารับประทาน)
กล่องกระดาษแข็ง หรือ กล่องจั่วปัง ให้ลองนึกภาพกล่องใส่โทรศัพท์ไอโฟน นั่นแหล่ะครับ
• กล่องลูกฟูก หรือ กล่องลังเบียร์ นั่นแหละ นึกง่ายๆ ก็เข้าใจได้เลย

กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร

กล่องจั่วปังแบบมีบ่าและฐานโชว์สินค้า

กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร

เคยตั้งข้อสงสัยกันบ้างไม๊ครับว่า กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร

ผมเคยได้รับคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับคำสรรพนามของกล่องบรรจุภัณฑ์เหล่านี้มา ทำให้เอะใจว่า น่าจะมีอีกหลายๆ ท่านที่ไม่เข้าใจและไม่ทราบเกี่ยวกับลักษณะนามของสองตัวตนของกล่องที่ผมเอ่ยข้างต้น ซึ่งอันที่จริงแล้ว มีความเหมือนและแตกต่างกันระหว่างกล่องสองชนิดนี้อยู่บ้าง ซึ่งผมจะชี้ให้เห็นว่า มองจากภาพรวมแล้ว กล่องสองชนิดนี้มีความเหมือนกันตรงที่ ต่างเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบรรจุ ห่อหุ้มสินค้า ที่มีพื้นฐานของวัตถุดิบที่เหมือนกันคือ การใช้กระดาษที่มีลักษณะแข็งแกร่ง มาผ่านกระบวนการแปรรูป ขึ้นรูปเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และกระดาษแข็ง ในที่นี้ หมายถึง “ Paperboard “ ตามโครงสร้างจะมีลักษณะแกร่งเพียงพอที่จะใช้เพื่อขึ้นรูป ด้วยการหัก พับ ซึ่งผ่านการแปรรูปให้ขึ้นรูปทรงเป็นกล่องสำหรับบรรจุสินค้าหรือสิ่งของได้ ส่วนกระดาษแข็งอีกชนิด มักเรียกว่า “ เกรย์บอร์ด (Greyboard), หรือ กระดาษจั่วปัง (กระดาษแข็ง) ตามโครงสร้างจะมีความแกร่งมากกว่า 3-4 เท่าของ paperboard ขึ้นไป (สามารถหาอ่านบทความเกี่ยว “ กระดาษจั่วปัง คือ อะไร จากบทความของผมก่อนหน้านี้ได้ ที่นี่)
Continue reading “กล่องกระดาษแข็ง (กล่องจั่วปัง) ต่างจากกล่องพับได้อย่างไร”

ความหนาของกระดาษจั่วปัง

ความหนาของกระดาษจั่วปัง

ความหนาของกระดาษจั่วปัง

บทความตอนนี้ ต่อจากตอนแรก ซึ่งจะคุยต่อเรื่องความแข็ง ความหนาของกระดาษหล่ะ เกี่ยวข้องกันไม๊เนี่ยะ? ซึ่งว่าไปแล้ว ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกันอยู่บ้างหล่ะ เรื่องความความหนา มันก็ทำให้มีความแข็งควบคู่กันมาด้วย แล้วอะไรเป็นหน่วยวัด หรือบรรทัดฐานในการเรียกขานหรือจดจำหล่ะ

กระดาษแข็ง กระดาษจั่วปัง หรือการ์ดบอร์ด เกรย์บอร์ด เหล่านี้สรุปแล้ว คือ ชนิดเดียวกันนะครับ โดยความหนาของกระดาษที่เห็นในตลาดผู้ค้าจะเริ่มต้นกันตามคำเรียกขานว่า เบอร์ 8 เบอร์ 10, 12, 16, 20, 24, 32 จนถึงความหนาเบอร์ที่สุด ขณะนี้ คือ เบอร์ 42 หากเทียบเป็นน้ำหนักของกระดาษ ก็จะได้ข้อมูลดังต่อไปนี้:
กระดาษจั่วปัง N0.8   หนา 0.70 mm. หนัก 420g/แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.10 หนา 0.85 mm. หนัก 510g/แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.12 หนา 1.03 mm. หนัก 640g/แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.16 หนา 1.40 mm. หนัก 820g/แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.20 หนา 1.70 mm. หนัก 1000g/แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.24 หนา 2.00 mm. หนัก 1290g/แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.28 หนา 2.40 mm. หนัก 1500g/แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.32 หนา 2.80 mm. หนัก 1670g/แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.38 หนา 3.10 mm. หนัก 1820g/แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.42 หนา 3.40 mm. หนัก 2110g/แผ่น

ความหนาของกระดาษจั่วปัง
ลักษณะความหนาของกระดาษจั่วปัง
The thickness of Grey Board characteristics.

ขนาดการบรรจุ มักจะเรียกขานกันเป็นก้อน หรือบางครั้งก็เรียกเป็นรีม แต่ในหนึ่งก้อนหนึ่งรีมนั้น จำนวนแผ่นจะไม่เท่ากัน การจัดบรรจุนี้ โรงงานผู้ผลิตจะกำหนดขนาดบรรจุเป็นน้ำหนักต่อกิโลกรัม โดยให้แต่ละก้อนมีน้ำหนักประมาณ 45 กิโลกรัม จากที่เคยสำรวจข้อมูลไว้ พบว่า:
กระดาษจั่วปัง N0.8   หนา 0.70 mm. มีจำนวนก้อนละประมาณ 105-110 แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.10 หนา 0.85 mm. มีจำนวนก้อนละประมาณ 90-95 แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.12 หนา 1.03 mm. มีจำนวนก้อนละประมาณ 70-79 แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.16 หนา 1.40 mm. มีจำนวนก้อนละประมาณ 55-60แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.20 หนา 1.70 mm. มีจำนวนก้อนละประมาณ 45-48แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.24 หนา 2.07 mm. มีจำนวนก้อนละประมาณ 35-38แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.28 หนา 2.40 mm. มีจำนวนก้อนละประมาณ 30-33แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.32 หนา 2.80 mm. มีจำนวนก้อนละประมาณ 27-30แผ่น
กระดาษจั่วปัง N0.38 หนา 3.10 mm. (แกรมนี้มักจะเป็นของนำเข้าจากต่างประเทศ หรืออาจต้องปะกบขึ้นตามคำสั่งผลิตพิเศษ ซึ่งมักมีข้อกำหนดการสั่งขั้นต่ำในการผลิตด้วย)
กระดาษจั่วปัง N0.42 หนา 3.40 mm. แกรมนี้มักจะเป็นของนำเข้าจากต่างประเทศ หรืออาจต้องปะกบขึ้นตามคำสั่งผลิตพิเศษ ซึ่งมักมีข้อกำหนดการสั่งขั้นต่ำในการผลิตด้วย)

ตามลักษณะเชิงโครงสร้าง

แผ่นกระดาษแข็งจั่วปังนี้จะถูกผลิตเป็นแผ่นพื้นฐานที่ความหนาอยู่ประมาณสามความหนา ได้แก่ ความหนาของเบอร์ 8, 10, 12, 16 ตามลำดับ หากเบอร์ที่เพิ่มขึ้น (ข้อสังเกตมักจะเพิ่มในลักษณะเท่าตัว) นั่นก็หมายถึงความหนา/ความแข็งของกระดาษที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเบอร์ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่เบอร์ 20 ขึ้นไปเกิดจากการใช้กระดาษความหนาเบอร์ 10 สองแผ่นปะกบกัน เบอร์ 24 เกิดจากเบอร์  12 สองแผ่นปะกบกัน เป็นต้น เบอร์หนาอื่นๆ ก็ในลักษณะเดียวกัน

การใช้งาน

เรามักพบเห็นการใช้กระดาษแข็งจั่วปังเบอร์ 8 จนถึงเบอร์ 10 ใช้พิมพ์หรือผลิตเป็นแผ่นป้ายแขวน ป้ายราคา กระดาษแข็งจั่วปังเบอร์ 12, 16 มักจะเห็นนำมาผลิตเป็นขาตั้งแป้นปฏิทินตั้งโต๊ะ หรือติดแผ่นป้ายโฆษณา กระดาษแข็งจั่วปังเบอร์ 20, 24 มักจะเห็นนำไปทำเป็นปกหนังสือปกแข็ง หรือแผ่นปกสำหรับประกาศนียบัตร ปริญญาบัตรต่างๆ ที่เห็นหุ้มด้วยผ้าไหมหรือผ้าสังเคราะห์แบบต่างๆ นั้นแหล่ะ หรือบางทีความหนาแบบนี้ก็นำมาทำเป็นกล่องกระดาษแข็ง แล้วหุ้มด้วยกระดาษพิมพ์ลายกราฟิค หรือ กระดาษแฟนซีสวยๆ ต่างๆ เพื่อให้เกิดความสวยงาม เป็นต้น เบอร์ที่หนาขึ้นก็มีการนำไปใช้ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เช่น อาจนำไปผลิตเป็นกระเป๋า (กระดาษแข็ง) เอกสาร หรือ ปกแฟ้มกันเลย นอกจากนี้ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ นักคิด นักออกแบบอื่นๆ ก็อาจกำหนดให้กระดาษแข็งจั่วปังเป็นไส้ใน แล้วห่อหุ้มด้วยวัสดุที่เลือกสรร ประกอบกันขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์แบบต่างๆ เช่น เป็นกล่องกึ่งปกแฟ้ม หรือ กล่องบรรจุเหล้า เครื่องดื่มสุราที่มีแบรนด์ มีตราดัง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าหรู เป็นต้น

ซึ่งคุณสมบัติที่หนาแข็งแรงนี้ ทำให้เกิดเป็นโครงสร้างภายในหรือไส้ในที่แข็งแรงเพียงพอที่จะปกป้องสินค้าที่มีความบอบบาง หรือชำรุดแตกหักได้ง่ายได้ดี ด้วยการออกแบบถาดรับ หรือชิ้นวางที่กระชับ แข็งแรง สามารถโอบอุ้มและป้องกันสินค้าภายในได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่ตัวหุ้มผิวนอก ก็อาจใช้วัสดุที่ปรับแต่งให้สวยงาม เช่น กระดาษที่พิมพ์ไว้อย่างสวยงาม หรือวัสดุสังเคราะห์ที่มีความเหนียวหยุ่น ทนทาน มาหุ้มเพื่อให้เกิดความสวยงาม ทำให้ได้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ดูดี มีความหรู และทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้ายกระดับความมีคุณค่าได้อีกด้วย

#ความหนาของกระดาษจั่วปัง, #กระดาษแข็งทำกล่อง, #กล่องขนมไหว้พระจันทร์, #สั่งผลิตกล่องกระดาษแข็งที่ไหนดี, #กล่องพรีเมี่ยม, #กล่องสวยๆ, #กล่องจั่วปังสวยๆ, #ใครรับทำกล่องจั่วปังบ้าง, #ผลิตกล่องจั่วปังที่ไหนดี, #แนะนำที่ผลิตกล่องจั่วปัง

กระดาษจั่วปัง คือ กระดาษที่จะใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกล่องกระดาษแข็ง

Greyboard/ กระดาษจั่วปัง

กระดาษจั่วปัง คือ อะไร

บทความแรก จากเว็บไซด์ rigidboxmaker.com วันนี้ แอดมินจะขอเล่าเกี่ยวสินค้าตัวกล่องที่เราผลิต พูดภาษาบ้านๆ หน่อย เขาเรียกเป็นคำทั่วไปว่า กล่องจั่วปัง (纸板) เป็นคำจากภาษาจีน จั้ว (纸) แปลว่า “กระดาษ” ปัง (板) แปลว่า “แข็ง” รวมคำกันเป็นคำว่า “กระดาษแข็ง” สมัยก่อนในเมืองจีน โรงงานผลิตสินค้าเครื่องสำอางค์จะนำเอากระดาษแข็งชนิดนี้มาดัดแปลงทำเป็นกล่อง สำหรับใส่แป้งขาว (สมัยนี้ก็เทียบได้กับแป้งพลับ ที่คุณผู้หญิงใช้กันอยู่) สำหรับทาหน้าของผู้หญิง ไม่รู้จะมีคนรุ่นนี้จะทันเห็นของแบบนี้บ้างไม๊นะครับ เลยเป็นที่มาของคำว่า “จั่วปัง” ในภาษาจีน นานวันผ่านไป เมืองไทยก็มีการนำเอากระดาษแข็งแบบนี้มาทำเป็นกล่อง แต่ยังไม่มีคำเรียกเฉพาะ ก็เลยเรียกทับศัพท์ไปว่า เป็นกล่องจั่วปัง จึงกลายเป็นสรรพนามสำหรับกล่องชนิดนี้ไปแล้ว ซึ่งเรียกขานปุ๊บ คนก็จะเข้าใจกันปั๊บ

ไม่นานมานี้ ระหว่างการทำวิจัยคำสืบค้นเพื่อปรับปรุงเว็บและเพื่อการทำ Adwords แอดมิน ไปอ่านเจอหัวข้อขำๆ น่ารักๆ ของกระทู้นึงเข้า เขาโพสว่า [ถามแบบโง่ ๆ ทีเถอะคร๊าบ] What is กล่องจัวปัง ? ก็มีผู้รู้มาตอบให้ความรู้กันไปแบบน่ารักๆ และเข้าใจได้ง่ายไปแล้ว แอดมินเห็นเข้าก็เลยเกิดความคิด เอ๊ะ น่าจะมาสร้างเป็นกะทู้วิชาการเล็กๆ เพื่อสร้างเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้ากล่องที่เราจะผลิตก็น่าจะดีนะ เอาละ ก็เริ่มกันเลย

Greyboard1

กระดาษแข็งจั่วปัง นี้เป็นการนำเอากระดาษที่ถูกใช้พิมพ์ เขียนและผ่านใช้งานมาแล้ว นำมาแปรรูปกระบวนเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง เรียกกระบวนการนี้ว่า รีไซเคิล (Recycle) ด้วยการนำกระดาษที่ผ่านการใช้งานนี้มาทำการบด ปั่นแหลก ให้เป็นอณูชิ้นเล็กที่สุด เพื่อกำจัดพื้นผิวภายนอก เช่น เคมี หมึก น้ำยาต่างๆ แล้วกรองออก เหลือเอาเพียงเยื่อกระดาษ ที่ผ่านการแช่น้ำจนยุ่ยแล้วนำเอาเยื่อเหล่านี้มาปรับใส่สารเติมแต่งบางอย่างเพื่อให้มีความคงตัวเพิ่มและแข็งตัวได้ นำมาผลิตเป็นกระดาษเพื่อการใช้ซ้ำอีกครั้ง มักจะเห็นเป็นแผ่นกระดาษแข็งๆ สีเทาๆ นั่นแหละครับ กระดาษแบบนี้ฝรั่งก็รู้จักและผลิตได้เช่นกัน ดังนั้น เขาก็เรียกกระดาษตามรูปพรรณที่เขาเห็นว่า “GREY BOARD” เกรย์ (Grey) แปลว่า “สีเทา” บอร์ด (Board) แปลตรงตัวว่า “แผ่นแข็งๆ” ก็สามารถแทนลักษณะนามว่า กระดาษแข็งสีเทา นั่นเอง

เอาละครับ เกริ่นที่มาของรากศัพท์คำนี้มาให้รู้จักกันพอหอมปากหอมไหล่ เพื่อปูเรื่องเข้าสู่ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ ที่บริษัทฯของแอดมิน เป็นผู้ผลิต เนื่องจากกระดาษเกรย์บอร์ด กระดาษจั่วปัง กระดาษแข็งสีเทา ทั้งหลายเหล่านี้ คือ กระดาษที่จะใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกล่องกระดาษแข็ง หรือที่มาของคำว่า กล่องจั่วปัง ในโพสครั้งหน้า แอดมินจะมาเล่าเรื่องความเป็นมาของการผลิตกล่องแบบนี้ ว่า มีลักษณะเด่นและคุณสมบัติอย่างไร และแนวโน้มของบรรจุภัณฑ์แบบนี้จะมีการเติบโตต่อไปอย่างไรนะครับ วันนี้มาคุยและเล่าเรื่องตัวพื้นฐานของวัตถุดิบนี้ให้เข้าใจกันก่อน สวัสดีครับ